E-Mail:
รหัสผ่าน:
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
อังกฤษอังกฤษ | ไทยไทย
เข้าสู่ระบบ  |   ลงทะเบียน  |  แลกรางวัล
หน้าแรก » กระดานสนทนา » Love & Sex » ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้
Love & Sex

แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้

ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้


ผู้โพสต์: Mar 14, 2009 / 07:01 am

leggy

สมาชิกทั่วไป

ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ

*เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 23, 2009 / 09:08 am


phu2

ผู้ดูแลเนื้อหา

haruti Wrote:
ถ้าได้ไป เชียงใหม่ ต้องหาทางกอด น้องkekidesu ซะแล้ว....แต่แบบพี่ พี่คงต้องใช้ น้ำมันพราย...อีกด้วย....
แต่น้อง ต้องมีกำลังใจ...ที่จะเดินต่อ ไปนะ...คนที่น่ารัก....และ รักน้องจริงๆ อาจจะรออยู่...ที่ไหน สักแห่ง....ถ้าเราปิดกันมากไป....โอกาศ....มันจะหายไปด้วย
กำแพงที่ สูง มักจะทำให้คน ไม่สามารถ มองเห็นข้างใน...นะครับ


ให้แง่คิดดีนะครับผม ผมเห็นด้วยนะ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 23, 2009 / 03:41 pm


only(^_^)love

สมาชิกทั่วไป

ยินดีให้คำปรึกษาอีกคนครับ ห้องนี่น่าเล่นดีครับใครอยากระลายอะไร อยากเล่าอะไร อยากปรึกษาอะไรผมยินดีช่วยครับ อยากเห้นพื่อนๆๆสะบายใจครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 23, 2009 / 11:10 pm


winnie

บุคคลทั่วไป

สวัสดีครับพี่เล็กกี้
ผมมีเรื่องปรึกษาครับ
ผมคบกับตำรวจ คนนึงครับ เรียนด้วยกัน ป.โท แล้วผมชอบเขามากครับ นัดกินข้าวกัน เขาก็ไปครับ คุยไปเรื่อยๆ ผมถามเขาเคยมีไรกับแฟนยัง เขาบอกมีแล้ว(แฟนผุ้หญิง ) เขาก็ถามผมกลับว่าเคยมีไรกับผู้หยิงยังผมตอบว่าไม่มี แล้วผุ้ชายเคยยัง ผมบอกมีกับแฟนแล้ว(ผมมีแฟนแล้ว คบกัน 5 ปี )
คำถาม
1.ที่เราไปกินครั้งแรกนั้นก็ดีนะครับแต่เขาถามว่าผมชอบเขาเพราะไร ผมตอบว่าเพราะแบบผมชอบบุคลิกเขาครับ
เขาเป็นผู้ชายที่เงียบ ขรึม ไม่แสดงออกไรเลย คือดูจริงจัง แต่กับผมเขาก็สบายๆ นะครับ คุยแบบเพื่อนครับ เขาบอกผมว่าเขาเป็นคนใจอ่อน เห็นผุ้หยิงร้องไห้ไม่ได้ ขี้สงสาร เออมีงี้ด้วย
2.ผมชอบเขามากครับ ผมซื้อขนมไปฝากที่โรงพักทุกอาทิตย์ครับ รายงานก็ทำให้เขาโดยไม่ร้องขอเลยครับ คือผมอยากทำให้กับคนที่เรารู้สึกชอบ ให้ดีที่สุดครับ แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้น คือผมซื้อ บ๊อกเซอร์ให้ 2 ตัวครับ ของloft
พอให้เสร็จผมโทรไปถามเขาว่า ใส่ได้ไหม เขาตอบว่า มันส่อเจตนามากเลยนะ คราวหลังไม่ต้องซื้อมาให้เเล้วนะ ผมก็ถามเขาว่า เฮ้ย โกรธเหรอจะเสียเพื่อนเลยป่าว เขาบอกเป็นเพื่อนเหมือนเดิม และเขาก็นำกางเกงบ๊อกเซอร์ไปซักนะเออแปลกเเฮะ และที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจคือ เขาบอกผมว่าไม่ต้องทำอะไรให้แล้วรายงานก็ไม่ต้องนะ "เดี๋ยวเป็นบุญคุณต่อกัน" ผมอึ้งเลยพี่ ผมก็บอกว่าเฮ้ย ไม่ใช่บุญคุณนะเพื่อนกันไม่เป็นบุญคุณหรอก คิดมากนะ เขาก็เงียบไป
อยากถามว่าที่เขาพูดแบบนี้คือ เขาคิดไงครับ ไม่อยากคบหรือเกรงใจ หรือไรครับ
3.ช่วงวาเลนไทที่ผ่านมา ผมสั่งมิสลิลลี่ ส่งดอกไม้ไปให้เขาครับ -การ์ด แล้วเขาก็เก็บดอกไม้ไว้ที่ห้องทำงานเขาผมก็ถ่ายรูปไว้ในโทรสับครับ ดีใจมากคือเห็นความสำคุญของเรา เขาบอกว่าอลังการมากครับที่ผมให้ไปหนะ และก่อนหน้าผมก็ซื้อเรซิ่นแมวญี่ปุ่นไปให้ เขาก็เอามันวางไว้ที่ โน้ตบุ๊กตลอด ครับ ผมแอบไปที่โรงพัก ผมก็เห้นตุ๊กตาตัวนั้น ไม่มีคอมก็ไม่มีตุ๊กตา เมื่อมีคอมก็มีตุ๊กตามาวางไว้ มันเป็นไรที่ประทับใจมากครับ ผมทำแบบนี้มันมากไปป่าวครับ และควรทำตัวอย่างไร ผมไม่อายที่จะแสดงออกแบบนี้ครับ แต่ผมรู้สึกเขาจะอึดอัดครับ คือคนอื่นที่โรงพักเขาเห็นเพื่อนสนิทเขาเห็นลูกน้องเขาเห็น ผมก็ไม่ได้แสดงออกนะว่าชอบเขา แต่การกระทำมันไปเองหนะ
4.ผมไปกินข้าวกันเป็นครั้งที่ 2ผมดีใจมากครับ แต่มันรู้สึกแย่มากครับ เรื่องมีอยู่ว่า พอลงจากรถ เขาบอกว่าแปปนะ แล้วเขาก็ไปดูที่ร้านครับ ประมาณว่ามีคนรู้จักป่าวไรงี้ พอแปปนึงก็บอกว่ามาเถอะ ลงมาได้ ผมก็ลงไป แล้วมีวัยรุ่น ประมาณ5 คน กับครอบครัวอีก 1 กินอยู่ แล้วผมก็นั่งกับเขา ผมสังเกตว่าเขามองไปที่ 2โต๊ะนั่น แล้วเขามีปฏิกริยากับผมเขาบอกผมว่า "ทำให้แมนๆหน่อย" ด้วยน้ำเสียงดุๆ เหมือนสอบผู้ต้องหา ผมก็ทำตัวไม่ถุกมึนไปเลยครับ คิดในใจอ้าวก็เป็นหยั่งงี้จะให้แมนไงว่ะ เฮ้อ (บอกก่อนว่าผมหน้าตาดีนะ แล้วก็ขาวปากเเดงเหมือนผู้หยิง และผมก็คบแต่ผู้หยิงเลยบุคลิกเหมือนผู้หยิง ดูสาวๆครับ) หลังจากนั้นผมหน้าชา เลยเรียกบ๋อยมาขอเมนู แบบเปิดไม่รู้เรื่องเลย เขียนไรก็สั่งมั่วไปหมด มันมีความรู้สึกว่าไม่อยากกินกับอีตาตำรวจนี่แล้วหละ เฮ้อ สักพักเขาก็ปกติ ไม่ว่าไรอีก คุยกันไปเรื่อยๆ เขาเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนตำรวจ แบบปกติไม่เป็นเกย์มาจับเกย์ได้ตอนกินเหล้าหละ มันออกเลยว่าเป็นเกย์
ผมก็ถามต่อว่าแล้วเขามีพฤติกรรมยังไง เขาบอกว่าก็ท่าทางออกเลย และในhi 5 มีรูปผู้ชายเต้มเลย
และเขามีคำถามว่า มีป่าวที่ผู้ชายมีไรกับผู้หยิงมาตลอด แล้วจะมีไรกับผู้ชาย ได้ ผมก็ตอบว่ามีนะเป็นไบไง มันขึ้นกับรสนิยมทางเพศ ใครเหรอ ผมก็ถามเขา เขาก็บอกว่าทั่วๆไปหนะ บางครั้งเขาดูเหมือนว่าเป็นครับผมรู้สึกได้
ปล. ผมต้องทำตัวไงดีครับผมชอบเขา ผมจะรู้ได้ไงว่าเขาจะอยู่ระดับไหนกับผม และผมผิดไหมถ้าผมจะคิดกับเขาเกินเพื่อน และผมจะตรวจสอบเขาไงครับ ว่าเขารู้สึกไงกับเรา มากน้อยแค่ไหน
ผมอยากรู้ครับ ผมยอมรับว่าเขามีแฟนผู้หยิงแล้วคบกันมา 3 ปีแล้ว ทำไมครับเขาถึงไม่แสดงออกมาให้เห็นเลยว่าไม่คิดกับเรา ทำไมถึงต้องทำให้เรา(เกย์) ซึ่งจิตใจอ่อนไหว มาคิดต่างๆนาๆครับ อย่าบอกนะว่าเขาเกรงใจ ซึ่งมันไม่ใช่ครับผมคิดว่าน่าจะพูดกันตรงๆให้ผมตัดใจ จะดีกว่าเขาทำแบบนี้กับผม ทำงี้ผมชอบคิดไปเอง
ผมทำไงดีครับ อยากคุยกับเขาอยากให้เขาเอาใจ ไรงี้เเบบเป็นห่วงกันบ้าง ซึ่งแบบเขาไม่เคยทำเลยครับ ผมเป็นฝ่ายโทรไปหาตลอดครับ เขาก็รับ คุยกันปกติ ไม่มีนอกเรื่องกันครับ แบบผมก็คุยแต่เรื่องเรียน ผมไม่กล้าคุยเรื่องอื่นครับ ผมกลัวเขาจะคิดมากครับ และเขาก็ไม่เคยคุยไร้สาระไรกับผมมากมายครับ




Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 24, 2009 / 12:32 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

สวัสดีครับ @winnie

ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ

จากที่น้องเล่ามา พี่มองว่าเพื่อนตำรวจของน้องคนนี้ เป็นไปได้ในหลายลักษณะดังต่อไปนี้ครับ

1. เขาไม่ได้เป็นเกย์ เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่ดีกับน้อง และซึ้งในน้ำใจที่น้องช่วยเหลือเขาและซื้อของไปฝากบ่อยๆ จึงเกรงใจ แม้อาจจะรู้สึกอึดอัด และกลัวคนอื่นที่ทำงานเข้าใจผิด แต่ด้วยความเกรงใจ กลัวน้องจะเสียใจ เขาจึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธน้ำใจที่น้องหยิบยื่นให้

2. เขาไม่ได้เป็นเกย์ แต่ที่ยังรักษาน้ำใจกันอยู่ เพราะเห็นว่ายังเรียนด้วยกันอยู่ ไม่อยากจะทะเลาะกัน และอาจจะหวังให้น้องช่วยด้านการเรียนจนกว่าจะจบ

3. เขาเป็นเกย์ แต่ยังไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้ตัว หรือไม่ยอมรับตัวเอง อาจจะมีใจเอนเอียงได้บ้าง แต่ก็มีความสับสนมาก และไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ และกลัวที่จะมีคนรู้ เพราะจะกระทบกับอาชีพของเขา

4. เขาเป็นเกย์ แต่ไม่เปิดเผยตัว แม้แต่กับน้อง คบผู้หญิงเอาไว้ปกป้องตัวเอง (มีแฟนผู้หญิงเป็นตัวเป็นตน คนจะไม่แซวว่าเป็นเกย์ ปกปิดได้แนบเนียนกว่า) แต่ก็อาจจะไม่ได้คิดกับเราเกินเพื่อน หรือเค้าจะมีอะไรกับผู้ชายเพื่อสนองความต้องการทางร่างกายเท่านั้น แม้จะรู้ตัวว่าเป็นเกย์ แต่ก็ไม่เอาผู้ชายเป็นแฟนเปิดเผย

ทั้งสี่แบบนี้ น้องจะเห็นว่ามีทั้งแบบที่เขาเป็นคนจิตใจดี และแบบที่เขาเป็นคนที่ไม่จริงใจ ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าแท้จริงเขาเป็นอย่างไร แต่ก็อาจจะเป็นแบบใดแบบหนึ่งในสี่แบบนี้ได้เช่นกันนะครับ

จากที่น้องเล่ามาว่าน้องทำอะไรให้เขาบ้าง พี่มองว่าการทำรายงานให้เขาเองก็ดี การซื้อขนมไปฝากที่ทำงานก็ดี การสั่งดอกไม้ไปให้ก็ดี มันเห็นได้ชัดว่าน้องพยายามที่จะแสดงให้เขาเห็นว่าน้องคิดอย่างไรกับเขา ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ทำงานอาชีพอย่างเขานี้ ไม่น่าจะทนได้กับสิ่งเหล่านี้นะครับ พี่หมายความว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นเกย์แต่ปกปิดหรือไม่เป็นเกย์
แต่การที่น้องไปหาเขาบ่อยๆ ที่ทำงานนั้น ก็อาจจะทำให้เพื่อนร่วมงานของเขา มองว่าเขาเป็นเกย์ได้ ซึ่งเขาไม่น่าจะพอใจกับเรื่องนี้ แต่ในขณะเดียวกัน การที่เขาไม่ปฏิเสธ สั่งให้น้องหยุดไปหา หยุดซื้อของให้ หยุดซื้อดอกไม้นั้น ก็เป็นไปได้ทั้งว่า ลึกๆ แล้วเขาก็ชอบ หรือเขาไม่อยากจะให้น้องเสียใจ จึงไม่พูดออกมาก็ได้ทั้งสองแบบนะครับ


พี่จะตอบคำถามและพูดถึงประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. เป็นที่น่าแปลกกับอาการตอบรับของเขา จากที่น้องเล่ามา เหมือนว่าเขาจะพอใจกับดอกไม้ที่ได้รับ และของขวัญที่ให้ ซึ่งเพื่อนตามปกติก็ไม่น่าจะทำอย่างนั้น พี่อยากให้น้องลองคิดดูกับตัวเองว่า เขาพูดอย่างไร ต่อสิ่งต่างๆ ที่เราซื้อให้ เราทำให้ อย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างตัวเอง ถ้าน้องมั่นใจว่าเขาแสดงออกว่าชอบ ก็ดีไป แต่หากน้องพบว่า เขาพูดหรือแสดงออกมาว่า ไม่ชอบแล้ว เราควรจะหยุดเสียนะครับ อันนี้น้องต้องลองคิดดู

2. ความเป็นไปได้สองแบบ ถ้า เขาชอบใจกับดอกไม้ และของต่างๆ ที่เราให้คือ
2.1 เขาไม่คิดมากเรื่องนี้ และมองว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่ดี
2.2 เขารู้ว่าน้องชอบเขา และหวังประโยชน์ทางร่างกายจากน้อง (คิดจะมีอะไรด้วย แต่ไม่ผูกพัน)

3. เรื่องกางเกงบ็อกเซอร์ พี่คิดว่าเขาอาจจะโกรธนะครับ ที่น้องไปรุกเขาขนาดนั้น ด้วยการซื้อกางเกงบ็อกเซอร์ให้ เขาอาจจะไม่ชอบเพราะลวดลายมันฉูดฉาดเกินไป หรือดูเกย์เกินไป หรือ เขาเข้าใจว่า น้องพยายามจะบอกเขาว่าอยากจะมีอะไรกับเขา ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ ก็อาจจะไม่พอใจจากการที่รู้สึกเหมือนกำลังถูกบังคับ ไล่ต้อนอยู่นะครับ

4. ไม่ต้องแปลกใจเรื่องร้านอาหารครั้งที่สอง ผู้ชายที่ไม่เปิดเผย (หรืออาจจะไม่ใช่เกย์ก็เถอะ) ที่ทำงานในเครื่องแบบแบบนี้ ในที่สาธารณะแล้ว เขาย่อมไม่อยากให้คนมองไม่ดี มองว่าเขาเป็นเกย์ โดนนินทา ดังนั้นเขาย่อมต้องการให้คนอื่นมองว่าเหมือนอยู่กับเพื่อนผู้ชายด้วยกันมากกว่า เป็นคู่เกย์นะครับ

ตอบคำถามของน้อง
1. ชอบเขาไม่ผิดครับ ไม่ผิดหรอกครับถ้าเราจะรักใคร ชอบใคร แต่เราต้องรู้ไว้แค่ว่า ผลของมันมีทั้งสมหวังและผิดหวัง และก็รับมันให้ได้ อย่าให้มันมากระทบชีวิตของเรามากจนเกินไปนะครับ หากสมหวัง ก็ยินดีด้วย หากผิดหวัง ก็ตัดใจแล้ว ก้าวต่อไปครับ โลกนี้ไม่ได้มีคนที่คลิกกับน้องแค่คนเดียว เราคู่ควรกับคนที่เห็นคุณค่าของเราเช่นกันนะครับผม

2. ถ้าถามว่า จะดูยังไงว่าเค้าเป็นเกย์ หรือไม่เป็นเกย์ พี่จะขอยกที่พี่ตอบเพื่อนคนนึงไปแล้ว เกี่ยวกับวิธีการดูคนว่าเป็นเกย์หรือไม่นะครับ
******************
โดยทั่วไปแล้ว ชอบพูดกันว่าการที่จะดูว่าใครเป็นเกย์หรือไม่ ให้ดูจากพฤติกรรม เช่น ยกแก้วน้ำแล้วกระดิกนิ้วมั้ย ท่าเดินบิดก้นมั้ย รสนิยมการแต่งตัวคล้ายเกย์มั้ย ไม่เล่นกีฬาหรือเปล่า ชอบเล่นฟิตเนส ชอบทำอาหาร ชอบช็อปปิ้ง ฯลฯ ซึ่ง คนที่เป็นเกย์ หลายๆ คนคงจะทราบดีว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวบอกได้จริงๆ ว่าใครเป็นเกย์ไม่เป็นเกย์ ผมได้รู้จัก พบเห็นเกย์มาเป็นจำนวนมาก พูดได้ว่ามีทุกลักษณะตั้งแต่แมนเข้มเต็มร้อย ไปจนถึงสาวสะเด็ดเจ็ดย่านน้ำ รวมทั้งผู้ชายอีกจำนวนหนึ่งที่ลักษณะการแสดงออกหรือนิสัยคล้ายเกย์มาก แต่ไม่ใช่เกย์ก็มีไม่น้อย ถ้าอย่างนั้นจะดูเกย์อย่างไรดี?

จากการศึกษาจากหนังสือต่างประเทศหลายๆ เล่ม รวมกับประสบการณ์ของตัวเอง ผมพบว่า การที่คนเราเป็นเกย์นั้น มันเป็นรสนิยมความชอบทางเพศ ไม่ได้สัมพันธ์กับการแสดงออก โดยการแสดงออกนั้น ขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะ เลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม สังคม ทำให้คนคนหนึ่งเรียนรู้ที่จะแสดงออกอย่างไร แต่สำหรับรสนิยมทางเพศนั้น เป็นสิ่งที่มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง ... มีแนวคิดที่โต้แย้งกันหลายรูปแบบนะครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งที่ว่า เกย์เป็นเรื่องชีวภาพหรือพันธุกรรม หรือ เกย์นั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู หรือ เกย์นั้นขึ้นอยู่กับตัวเราเองตัดสินใจว่าจะเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ทำให้เกิดความคิดที่แตกต่างกัน แม้ในหมู่ของเกย์เอง รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเกย์ ว่าคนเป็นเกย์สามารถเลิกเป็นได้หรือไม่ คนที่ไม่เป็นจะถูกทำให้เป็นเกย์ได้หรือไม่ เด็กๆ ดูเกย์ในทีวีแล้วจะเป็นเกย์ตามไปหรือเปล่า ฯลฯ แม้จะไม่มีใครตอบได้ชัดนะครับว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร แต่สำหรับผมเชื่อในแนวคิดว่า เกย์นั้นเป็นเรื่องในเชิงชีวภาพ ที่เราเกิดมาพร้อมกับมัน แต่การแสดงออกนั้นจะสาวไม่สาวอย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวเราจะแสดงออกมาแบบไหนนะครับ

การศึกษาจึงได้บอกว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครบอกได้หรอกว่าใครเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ คนที่กังวลเวลาโดนคนถามว่า "คุณป็นเกย์หรือเปล่า?" ไม่ต้องตกใจ ตื่นกลัว หากคุณตัดสินใจที่จะยังไม่เปิดเผย หรือยังไม่แน่ใจในตัวเอง ก็เพียงตอบไปว่า "ไม่เป็นครับ" อย่างธรรมดาๆ ก็ไม่มีใครสามารถจะยัดเยียดความเป็นเกย์ให้คุณได้ หากคุณไม่ยอมรับมัน ... อย่างไรก็ดีผมก็มีสองสามข้อที่หนังสือได้กล่าวไว้ว่าเป็นวิธีที่แสดงว่าคนคนนั้นเป็นเกย์
(1.) ยอมรับ บอกออกมาด้วยตนเอง
(2.) ติดเครื่องหมายแสดงให้คนอื่นรับรู้ว่าเขาเป็นเกย์ โดยตั้งใจ เช่น ติดเข็มกลัดสีรุ้ง (เครื่องหมาย rainbow flag) หรือ ใส่เสื้อยืดที่เขียนไว้บนเสื้อว่า "I'm proud to be gay" เป็นต้น ยังมีเครื่องหมายอื่นอีกนะครับ ที่เป็นสากล แต่ขอยกตัวอย่างสักสองอย่างเท่านี้
(3.) ดูจากรสนิยมความชอบทางเพศของเค้า เช่น เห็นเค้าจูบกับผู้ชายอย่างดูดดื่มและมีความสุข (ยกเว้นในภาพยนตร์) หรือ ไปเจอเขามีความสัมพันธ์กับผู้ชายบนเตียง (จับได้คาหนังคาเขา) หรือ พูดจาเม้าท์ผู้ชาย อยากได้มาเป็นแฟน ชมและหลงไหลในความหล่อของเขา หรือ บรรยายจินตนาการของตัวเองกับผู้ชายในฝันให้ฟัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการสะท้อนรสนิยมทางเพศออกมาชัดเจนนะครับ

อย่างไรก็ดี วิธีที่ดีที่สุด ถ้าเราอยากรู้ว่าเพื่อนเป็นเกย์หรือเปล่า คือต้อง เปิดใจแสดงความจริงใจกับเขา ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ กับเขา เปิดเผยความเป็นตัวเราให้เขารู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขามีความไว้วางใจเชื่อใจเรา นับเป็นสิ่งสำคัญของความสัมพันธ์เพื่อนสนิทนะครับ แล้วเราอาจจะต้องคุยกับเขา ให้เขารู้ว่าหากมีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็สามารถปรึกษาเราได้ จนกระทั่งถามเขาตรงๆ (ในที่ส่วนตัว ไม่มีคนอื่นได้ยินการสนทนา) ถ้าเขาวางใจว่าเขาจะปลอดภัยแม้พูดความจริงออกไป เขาก็อาจจะตัดสินใจที่จะบอกเราะนครับ แต่ถ้าเขาไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัว ไม่ว่าจะมาจาก ยังไม่แน่ใจตัวเอง หรือยังแก้ปัญหาในชีวิตไม่ได้ ก็ไม่ควรไปบังคับเขา หรือยัดเยียดความเป็นเกย์ (ที่เราเป็นคนตัดสินใจ) ให้กับเขานะครับ
******************

3. ถ้าถามว่า ทำไมเค้าถึงทำอย่างนี้กับเรา พี่ได้วิเคราะห์พฤติกรรมของเขาไปแล้วตอนต้นนะครับ แต่ถ้าพูดง่ายๆ เป็นได้หลายอย่างตั้งแต่ เขาไม่ได้คิดอะไร แค่เพื่อน กับหวังจะมีอะไรกับน้องแบบไม่ผูกพันครับ

4. กับคำถามสุดท้ายว่าพี่แนะนำให้น้องทำอย่างไรดี โดยส่วนตัวแล้ว พี่คิดว่า น้องคงจะปวดหัว และอาจจะต้องทุกข์ใจมาก หากเลือกที่จะชอบคนที่มีแฟนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง และคนที่ไม่เปิดเผยตัว หรือยังไม่รู้ตัวว่าเป็นเกย์หรือเปล่านะครับ ในกรณีเพื่อนคนนี้ แม้จะมีโอกาสอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เป็นไปได้ยากที่เขาจะเลิกแฟนผู้หญิงแล้วมาคบเราเป็นตัวเป็นตน ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็ยากที่เขาจะเปิดเผยตัวมากขึ้นกับที่ทำงาน ซึ่งพี่เชื่อว่า การไม่เปิดเผยตัว และกังวลต่อภาพลักษ์ที่คนอื่นมองนั้น จะทำให้น้องเองก็ไม่มีความสุขไปด้วยนะครับ พี่คิดว่าหากน้องตัดใจจากเขาได้ จะเป็นผลดีกว่ากับตัวน้องเอง ที่ไม่ต้องมาเสียเวลากับเขาอีก แล้วเอาเวลาไปทำความรู้จักคนอื่นๆ ที่มีอนาคตทางด้านความรักมากกว่านี้นะครับผม เอาใจช่วยครับ

*ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม

โชคดีครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 24, 2009 / 08:04 am


winnie

บุคคลทั่วไป

ขอบคุณพี่เล็กกี้มากครับสำหรับคำตอบ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 24, 2009 / 09:14 am


lollipop

สมาชิกทั่วไป

กระทู้นี้ศิราณีมากๆเลย
พี่leggyก็เชียวชาญ แถมน่ารักด้วย


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 24, 2009 / 09:34 pm


superpumpui

สมาชิกทั่วไป

คนถูกใจว่าหายากแล้ว
คนที่เห็นเราแล้วถูกใจยิ่งหายากกว่า
มีข้อแนะนำมะ 5555


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 25, 2009 / 12:22 am


winnie

บุคคลทั่วไป

สวัสดีครับพี่เล็กกี้
ขอปรึกษาปัญหาเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ
ต่อจากที่แล้วผมก็มานั่งทบทวน กับสิ่งที่เกิดและที่ผมได้ทำลงไป ครับผมเป็นคนเลือกดังนั้นต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ประเด็นคือ
วันเสาร์ที่ผ่านมา 21 มีนา ผมก็ไปเรียน ป.โท ตามปกติ ช่วงพักเที่ยง ผมออกไปทานอาหารที่ ร้าน และบังเอิญจิงๆ ครับ เป็นร้านเดียวกับตำรวจที่ชอบ ผมเข้าไปที่รร้านปุ๊ป ผมก็ตกใจนิดหน่อย และผมก็ยิ้มให้กับทุกคน พอดีมีเพื่อนรุ่นพี่ตำรวจของคนที่ผมชอบ อยู่กับ สามคน ทั้งหมดก็สี่คน ผมไม่ได้ทักทายพวกเขา แค่ยิ้มเฉยๆครับ (พวกตำรวจเพื่อนเขาก็เรียนที่เดียวกัน) ลืมบอกไปว่าผมก็ไปกับพี่ ผู้หญิง ที่สนิทกัน
แล้วทีนี้ ผมเข้าไปร้าน มีเสียงพูดคุยว่า มาคนเดียว ไรงี้ (กลุ่มตำรวจพูด) สักพักพี่ผู้หญิงเดิน เขามา พวกเขาก็พูดว่ามากับผู้หญิง แต่ก็ไม่มีไร ผมก็สั่งอาหารกินปกติ แต่ที่แปลกๆ คือ ตำรวจที่ผมชอบ เขารีบยกหูโทสับคุยทันทีเลย ปรมาณทำเหมือนกับว่าไม่รู้ไม่เห็น หรือแบบไม่แสดงอาการให้เพื่อนตำรวจรู้ คับ ผมเข้าใจ feel ของเขา
และช่วงเย็นเขาก็เข้ามาทำข้อสอบquiz ผมก็บอกแนวคำตอบโดยถ่ายเอกสารไปให้ เขาก็เอาไปให้เพื่อนผู้หญิงในกลุ่ม เอ้า เราก็ถามว่าทำไมไม่เก็บไว้เขาก็บอกว่าฝากเพื่อนไว้ก่อน เออผมก็ไม่ว่าไรถือว่าให้แนวข้อสอบแล้ว
แต่ที่ทำเอาผม เสียใจ คือ วันนี้ คือ25 มีนา ผม โทสับไปหาเขา เพื่อที่จะบอกเรื่องรายงานว่าให้เขาเลือกว่าจะเอาเรื่องไรดี มันมี อยู่สามเรื่อง แต่แล้วเขาก็ไม่รับโทสับผม ครับ ผมโทไป ช่วงเที่ยง หนึ่งครั้ง ช่วงห้าโมง หนึ่งครั้ง ช่วงสองทุ่ม หนึ่งครั้ง แต่ไม่มีการรับสาย เลย
คำถามคือ
1. เขาโกรธผมหรือเปล่าที่บังเอิญไปร้านเดียวกันกับเขา
2. ผมควรจะโทหาเขาอีกหรือไม่
3.ระดับการคบกันกับตำรวจควรวางตัวอย่างไรครับ กรุณาช่วยอธิบายให้ผมอย่าง ไม่ต้องเกรงใจนะครับตรงๆได้เลยครับจะได้กระจ่าง
4.รายงานผมเสร็จแล้ว ผมควรจะนำไปให้ที่โรงพักไหมครับ ซึ่งปกติ ขนม รายงาน หรือของขวัญต่างๆ ผมก็ไปวางไว้ที่โต๊ะเขา
5.ถ้าจะตัดใจจากเขา ผมควรทำอย่างไรครับ
6.ถ้าจะสู้ต่อเพื่อให้ได้ใจเขาควรทำอย่างไรครับ
7.ถ้าจะสู้ต่อเพื่อให้ได้ตัวเขาควรทำอย่างไร
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณในคำตอบต่างๆของพี่เล็กกี้นะครับ ตอบตรงๆเลยนะพี่ ขอบคุณมากๆครับ
จากน้องผู้ผิดหวังในคนที่น้องรักมากมายครับ





Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 25, 2009 / 02:27 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

สวัสดีครับ @superpumpui

ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ

เชื่อว่าเรื่อง "คนที่เรารักไม่รักเรา คนที่รักเราแต่เราไม่รัก"
นั้น เกิดขึ้นกับเพื่อนๆ หลายๆ คนนะครับ จากประสบการณ์ของผม เราชอบคนอื่นได้ง่าย พอพอ กับที่คนอื่นมาชอบเรา แต่เพราะคนที่มาชอบเรานั้นเราไม่ชอบเขา เราก็มักจะมองข้ามไป (ไม่นับ หรือมองไม่เห็น) การที่เรามักจะพูดกันว่า ไม่ค่อยมีคนชอบเรา มักจะหมายถึง "คนที่เราชอบมักจะไม่ชอบเรากลับ" นะครับ

การที่คนสองคนที่ต่างชอบในความเป็นตัวตนของอีกฝ่าย นี่ล่ะครับหายากจริงๆ ต้องใช้เวลาและความพยายามของทั้งสองคน แต่ผมเชื่อว่า โลกเรามีความหลากหลาย คนเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ทุกคนต่างมีคนที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่ในโลกนี้ และไม่ได้มีคนเดียว ขัดกับความเชื่อที่ว่า คู่แท้ หรือ คนที่ใช่ ของเราจะมีเพียงคนเดียวนะครับ หากแต่ว่าแต่ละคนที่เหมาะกับเรานั้น อยู่ในประเทศต่างๆ อยู่ในเวลาต่างๆ สถานที่ต่างๆ ความท้าทายที่ต้องพึ่งโชคช่วยด้วย คือ การที่คนที่เหมาะสมกันนั้น จะได้เจอกันและได้รู้จักกัน สำหรับเกย์ยากขึ้นไปอีกขั้นคือ ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเกย์เหมือนกันด้วย จึงทำให้เราเจอคู่ที่เหมาะสมได้ยากกว่าชายหญิงทั่วไป แต่อย่าท้อถอยนะครับ กำลังใจนั้นสำคัญมากต่อผลทั้งหมด ผมเชื่อว่าแต่ละคนล้วนต้องเจอคนที่เหมาะสมกับตัวเองกันทั้งนั้น ที่ต่างคือ จะใช้เวลานานแค่ไหน ซึ่งตัวนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ที่สำคัญตัวหนึ่งที่เราสามารถควบคุมได้ คือความพยายามของเราเองนี่ล่ะครับ (ผมจะพูดถึงเรื่องความพยายามนี้ในโอกาสต่อไปนะครับ)

ผมตอบคำถามสั้นๆ ของคุณ @superpumpui แล้วนะครับตามแบบของผม ผมจะอธิบายเพิ่ม เกี่ยวกับแนวคิดที่จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่ผมกล่าวข้างต้นได้มากขึ้นครับ

เหตุที่ไม่ว่าจะใครชอบใครก่อน มันก็เวิร์ก (ลงตัว) ได้ยาก เพราะฝ่ายหนึ่ง มักจะชอบคนที่มีอะไรมากกว่าที่ตัวเองมี เช่น เราชอบคนที่หน้าตาดีกว่าเรา เราชอบคนที่เรียนดีกว่าเรา เราชอบคนที่หน้าที่การงานดีกว่าเรา เราชอบคนที่หุ่นดีกว่าเรา ในทางกลับกัน เราเองก็ไม่ชอบคนที่ด้อยกว่าเรา เช่น เราไม่ชอบคนที่หน้าตาแย่กว่าเรา เราไม่ชอบคนที่เรียนน้อยกว่าเรา เราไม่ชอบคนที่อาชีพด้อยกว่าเรา เราไม่ชอบคนที่หุ่นด้อยกว่าเรา จึงไม่แปลกที่จะวิ่งไล่จับเป็นงูกินหางไม่บรรจบกันสักทีอย่างนี้

ความลับสำคัญของคู่รักที่อยู่กันได้ยั่งยืน มาจากการที่ต่างฝ่ายต่างมีอะไรในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการพอพอกัน สำหรับคุณสมบัติภายนอก เช่น หุ่นดีพอพอกันก็บกันได้ หน้าตาพอพอกันก็คบกันได้ ระดับการศึกษาพอพอกันก็คบกันได้ หน้าที่การงานพอพอกันก็คบกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนทั้งสองให้คุณค่าของคุณสมบัติด้านไหนเป็นสำคัญ

แต่คุณสมบัติภายนอกก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน หากแต่ต้องมีเสริมด้วยคุณสมบัติ "ภายใน" ที่ตอบสนองกันและกันได้ลงตัว เช่น เอาใจใส่กันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นเพื่อนใช้เวลาว่างร่วมกัน เป็นที่ปรึกษายามทุกข์ใจซึ่งกันและกัน มีความจริงใจให้กันและกัน มีความเสมอภาคทางความคิดซึ่งกันและกัน มีสิทธิ์และเสรีภาพในชีวิตของตนเองในระดับที่เข้ากันได้ไม่ถูกครอบงำจากอีกฝ่ายหนึ่ง

คุณสมบัติภายนอกที่สอดคล้องกัน ทำให้คนคบกันได้ ส่วนคุณสมบัติภายในที่สอดคล้องกัน ทำให้คนคบกันได้นาน

ผมเชื่อว่าเกย์มีการเลือกใช้ชีวิตอยู่สามลักษณะ
1. ชอบชีวิตคู่แบบเกย์ คบกับผู้ชายด้วยกัน หวังจะมีชีวิตรักที่อบอุ่น ต้องการมีใครสักคน เหมือนคู่ชายหญิงทั่วไป
2. ชอบชีวิตโสดแบบเกย์ รักอิสระ ไม่ชอบผูกพันกับใครคนหนึ่งนานๆ
3. ปิดบังตัวตน อาจจะคบผู้หญิง มีครอบครัว มีลูก ใช้ชีวิตเช่นชายธรรมดาทั่วไปทั้งชีวิต อาจจะเป็นทั้ง ไม่ยอมรับตัวเองว่าเป็นเกย์ หรือไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นเกย์ เพราะไม่รู้ว่าเกย์นั้นเป็นอย่างไร หรือกระทั่งรู้ตัวดีว่าเป็นเกย์ แต่ไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบเกย์ จะเลือก แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า รูปแบบนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้หญิงด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ตลอดชีวิตนะครับ

เกย์ที่จะมีความสุขในชีวิตรักได้นั้น จำเป็นต้องถามตัวเองให้ชัด ว่าแท้จริงแล้ว เราชอบชีวิตแบบไหน คนที่จริงๆ แล้วชอบอิสระ จึงมักจะทนไม่ได้ที่ต้องคบใครคนเดียวนานๆ, คนที่ชอบชีวิตคู่อยู่กันนานๆ จึงทุกข์กับการคบคนที่เจ้าชู้ชอบอิสระ, คนที่ต้องการครอบครัวแบบชายหญิงทั่วไป จึงลำบากใจกับการใช้ชีวิตแบบเกย์ ดังนั้น อันดับแรกของความสุขของเราจึงเป็นการเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน ลองถามตัวเองดู สังเกตพฤติกรรมและความรู้สึกของตัวเราเอง ก็จะทราบได้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการมีชีวิตรูปแบบไหนนะครับ

และเช่นกัน หากมีโอกาส จะพูดถึงเรื่องการทำความรู้จักตัวเองให้ฟังมากขึ้นนะครับผม

*ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม

โชคดีครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Mar 25, 2009 / 03:05 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

สวัสดีครับ @winnie

ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ

น้องอย่าเพิ่งท้อถอยกับความรักไปนะครับ เราทุกข์เพราะเราอาจจะไปชอบคนที่ไม่คู่ควร (เหมาะสม) กับเรา แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ใด จะดี จะร้าย ต่างก็เป็นประสบการณ์ชีวิต ทำให้เราได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเองมากขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น ล้วนเป็นประสบการณ์ที่มีค่านะครับ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ขอให้เรามั่นใจก่อนที่จะทำอะไรลงไปก็ตาม ว่าเราจะไม่เสียใจภายหลังกับการตัดสินใจนั้นไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม

จากที่น้องเล่ามา พี่มองว่าเรื่องราว อาจจะเป็นไปได้หลายแบบดังนี้

1. เขาโกรธที่เราไปกับคนอื่น ไม่บอกให้เขารู้ อาจจะเหมือนหวงก้าง กลัวว่าเพื่อนผู้หญิงที่ไปกับเราจะมีความสำคัญแทนที่เขา (ไม่ว่าเขาจะชอบเราหรือไม่ก็ตามนะครับ ไม่จำเป็นว่าเขาต้องชอบเราถึงจะหวงก้าง)
2. เขาโดนเพื่อนแซว จึงไม่พอใจ อาจจะพาลไปว่า เพราะเราเข้าไปในร้านตอนนั้น เลยทำให้เขาถูกแซว อาจจะคิดว่าเราไม่ควรจะไปร้านนั้นเองเลย นอกจากไปกับเขาในเวลาที่เขามั่นใจว่าจะไม่เจอใครที่รู้จัก

อาจจะเป็นไปได้ในรูปแบบอื่นอีกนะครับ แต่พี่คิดว่า มองสองรูปแบบนี้ก็น่าจะพอพิจารณาต่อได้

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ออกมาในรูปแบบที่เขาค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว อยู่ดีนะครับ ไม่แน่ว่า สำหรับเพื่อนเขาแล้ว เขาอาจจะอธิบายว่า เรานั้นไปตามตื้อเขา เขาไม่ชอบแต่เราก็ยังตื้อเขาอยู่ ซึ่งพี่คิดว่าไม่แปลก ที่เขาในอาชีพอย่างนี้จะต้องปกป้องตัวเองก่อนนะครับ ดูไม่ดี แต่ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะคิดอย่างนั้น

ตอบคำถามน้องแต่ละข้อนะครับ
1. เขาโกรธผมหรือเปล่าที่บังเอิญไปร้านเดียวกันกับเขา
ตอบ: เป็นไปได้ครับ ตามที่พี่กล่าวข้างต้น แต่ประเด็นมันน่าจะอยู่ที่ไปเวลาเดียวกันกับเขาพอดี และพวกเพื่อนเขาแซวเขาด้วยนะครับ

2. ผมควรจะโทหาเขาอีกหรือไม่
ตอบ: การที่เขาไม่รับโทรศัพท์ของเรา เป็นไปได้หลายสาเหตุ ทั้ง โกรธไม่พอใจ จึงไม่รับ ไม่อยากคุย อยากให้เราเสียใจ เป็นกังวล หรือ ไม่อยากจะยุ่งกับเราอีกต่อไป อยากจะตัดใจจากเรา เพื่อไม่ให้ต้องเสียหน้าจากการถูกคนอื่นแซวอีก หรือ เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวกจะรับโทรศัพท์นะครับ พี่คิดว่า ถ้าเขาไม่รับถึงสามครั้งแล้ว ไว้รอคุยกับเขาตรงๆ ตอนที่เจอกันที่เรียนจะดีไหมครับ

3.ระดับการคบกันกับตำรวจควรวางตัวอย่างไรครับ กรุณาช่วยอธิบายให้ผมอย่าง ไม่ต้องเกรงใจนะครับตรงๆ ได้เลยครับจะได้กระจ่าง
ตอบ: ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของคนอีกนะครับ แต่โดยส่วนมาก น่าจะไม่เปิดเผยตัวอยู่แล้ว และไม่ชอบให้คนแซว ไม่ต้องการเสียภาพพจน์ ถ้าพี่แนะนำคือ ไม่ควรไปหาเขาที่ทำงานครับ ควรนัดเจอกันตามที่เขาสะดวกเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า ถ้าจะเจอกันนอกเวลาเรียนนะครับ

4.รายงานผมเสร็จแล้ว ผมควรจะนำไปให้ที่โรงพักไหมครับ ซึ่งปกติ ขนม รายงาน หรือของขวัญต่างๆ ผมก็ไปวางไว้ที่โต๊ะเขา
ตอบ: รอให้ตอนที่เจอกันที่เรียนไม่ได้หรือครับ ถ้าด่วนจริงๆ พี่ว่าก็ทำได้ ขึ้นอยู่กัยน้อง แต่ไม่น่าจะเอาของฝาก ขนม โดยเฉพาะดอกไม้ไปให้อีกครับ

5.ถ้าจะตัดใจจากเขา ผมควรทำอย่างไรครับ
ตอบ: ในทางปฏิบัติคือหยุดติดต่อเขา ลบเบอร์มือถือ (หรือจดฝากเพื่อนไว้ก็ได้ วิธีนี้เป็นไอเดียที่น่าสนใจมากจากรายการ bangkok radio for men ของพี่วิทยา แสงอรุณนะครับ-FM 102 ทุกคืนวันอาทิตย์ เวลาสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน) อย่าไปหาเขาที่ทำงานอีก ... ในทางจิตใจ บอกตัวเองว่าเขามีแฟนแล้ว และไม่ได้เลือกเรา ไม่ได้รักเรา ไม่ได้แคร์เรา แล้วเราจะไปใส่ใจเขาทำไม ... ในทางจิตวิทยา ลองคิดดูว่า ถ้าวันหนึ่ง เขาทำร้ายเรา เขาทำร้ายคนในครอบครัวของเรา เขาหลอกลวงต้มตุ๋นเรา เขาทำให้เราติดเชื้อฯ เราจะยังรู้สึกดีกับเขาอยู่หรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้ว หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ กับเรา เราจะมองเขาในมุมที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการคิดอย่างนี้ จะช่วยให้เราตัดใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ... อย่างไรก็ดี น้องอย่าลืมว่า ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก คนที่คู่ควรกับเรา ที่รักเรา ที่เห็นคุณค่าเรา นั้นมีอยู่ อย่าเอาชีวิตและเวลาไปทิ้งกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราเลยครับ

6.ถ้าจะสู้ต่อเพื่อให้ได้ใจเขาควรทำอย่างไรครับ
ตอบ: เป็นไปได้ยากมากครับ เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว เขาเป็นเกย์หรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ และเขาไม่พอใจเราอยู่ การที่จะทำให้เขากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนั้นยังพอมีโอกาส แต่ถ้าจะให้เขามารักเรานั้น เป็นไปได้ยากนะครับ

7.ถ้าจะสู้ต่อเพื่อให้ได้ตัวเขาควรทำอย่างไร
ตอบ: ข้อนี้จะง่ายกว่าข้อ 6. แต่สำคัญอยู่ที่ว่า เรายังไม่รู้ว่าเขาเป็นเกย์จริงๆ หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องดูว่าจุดประสงค์ที่เขายังคบกับเราเพราะต้องการทางร่างกายหรือเปล่า พี่คิดว่าเสี่ยงไป ได้ไม่คุ้มเสียนะครับ ... ถ้าเมา แล้วเขาเป็นเกย์แอบๆ อยู่ลึกๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ในทางกลับกัน เขาเมาแล้ว อาจจะทำร้ายเราก็ได้เช่นกันนะครับ เป็นไปได้ทั้งสองทางนะครับ

*ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม

โชคดีครับ



แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:

*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
เกี่ยวกับเรา | ข้อมูลของฉัน | ติดต่อโฆษณา | ช่วยเหลือ | นโยบายส่วนบุคคล | ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน | ติดต่อเรา | |

© 2009 ALIVEg.com. All Rights Reserved.