E-Mail:
รหัสผ่าน:
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
อังกฤษอังกฤษ | ไทยไทย
เข้าสู่ระบบ  |   ลงทะเบียน  |  แลกรางวัล
หน้าแรก » กระดานสนทนา » Love & Sex » ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้
Love & Sex

แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 22 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้

ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้


ผู้โพสต์: Mar 14, 2009 / 07:01 am

leggy

สมาชิกทั่วไป

ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ

*เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Dec 25, 2009 / 01:08 am


eiroscupid

สมาชิกทั่วไป

มาปรึกษาอีกแล้วครับ ><

คราวก่อนเอกได้มาขอคำปรึกษาจากพี่เล็กกี้ และ เพื่อนๆชาวAliveg

เรื่องการเลิกลากับแฟน เพราะคิดว่าต่างคนต่างไม่มีเยื่อใยกันแล้ว เป็นได้แค่เพื่อน

ตอนนี้ผมกลับมาปรึกษาอีกหนครับ

คือว่าตอนนี้ ผมรู้สึกว่าผมอยากกลับมาคบกับแฟนเก่าผมอีกสักครั้ง

ผมได้ฟังเรื่องราวจากเขาแล้วผมก็เลยรู้สึกว่าเขายังรักผมอยู่นะ

เขาเล่าให้ผมฟังว่าขณะที่เขาไปลองคบกับคนใหม่ เมื่อคบกันสักระยะ

เขาก็เจอกับเรื่องๆนั้นที่จะต้องเจอนั่นคือ sex ซึ่งเขาบอกว่ามันก็เร็วเกินไป

แต่ว่าปฏิเสฐฝ่ายตรงข้ามไปว่า ไม่มี!! ไม่ได้!! เพราะเขาบอกว่าขณะนั้น

เขาเริ่มรู้สึกว่าแฟนใหม่เขานั้นรักไม่จริง เขาจึงไม่พร้อม และตอนนี้เขาเลยเลิกกับแฟนใหม่

เขาไปแล้ว กลับมาหาเอกอีกหน ถามว่าตอนนี้เอกรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์คราวนี้

ยอมรับว่า หวั่นไหวมาก อยากกลับมาคบเขาอีกครั้ง หลังจากเลิกกันไปได้แค่ 7 วัน -..-

(เรียกว่าเลิกดีไหม๊หนิ) ตอนนี้ผมก็แอบสับสนนิดหน่อยว่า ตกลงผมจะรักเขาดีไหม

แต่ในใจผมตอนนี้ 90% ผมตอบตกลง เพราะเขาเป็นคนที่ผมรัก และ ผมก็เพิ่งรู้ว่าเขา

ก็ยังรักผมอยู่ เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะมีใคร


ในครั้งนี้ผมควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรดี เราควรคบกันแบบไหน แบบเดิมที่ผมคอยไปส่งบ้านทุกวัน

คอยเอาใจใส่เขา หรือรักคราวนี้จะเอาดราม่านิดนึงดี (แต่รู้สึกว่าการกลับมาคราวนี้ของเขาทำให้ผม

ค่อนข้างที่จะมีเครดิตในตัวเขา) แต่ตอนนี้เรากลับมาคุยกันแบบคู่รัก ผมก็รู้สึกดีเหมือนเดิมนะครับ

ที่ได้อยู่ใกล้เขา แต่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจหนนี้ จะจบลงแบบเดิมรึเปล่า แต่คราวนี้ผมคงทำใจ ><


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Dec 25, 2009 / 09:43 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบน้อง eiroscupid ครับ

ก่อนอื่น พี่จะมองจากข้อมูลที่น้องเล่ามานะครับ ... เขาพฤติกรรมเปลี่ยนไป (ในเชิงแบไม่มีความสุข ไม่เห็นคุณค่าของเรา เพราะใจไปที่แฟนคนใหม่ที่อยากคบแล้ว) ตัดสินใจเลิกกะ้น้อง แล้วไปคบแฟนใหม่ แต่ก็คบได้แค่ 7 วัน ก็ตัดสินใจใหม่ว่า แฟนคนใหม่ไม่โอเคอย่างที่คาด (เขาใจเร็วเกินไป ไม่ไตร่ตรองอะไรให้ดีก่อน) ทำให้เขาพลาด อยากขอกลับมาคืนดี พี่มองว่าเขาค่อนข้างเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะเวลาจะเลิกก็เลิกได้ดูไม่มีเยื่อใย ไม่รู้สึกว่าคนอื่นเขารู้สึกอย่างไร แต่พอรู้ว่าตัวเองเลือกพลาด ไม่ได้ดั่งใจ ก็กลับมาเป็นคนดี ทำดีกับเราได้ทันที เพราะต้องการกลับมาคบกันใหม่ ... คนลักษณะนี้ดูเอาแน่เอานอนได้ยาก เราไม่รู้หรอกครับว่า วันไหน เขาจะเจอคนที่เขาคิดว่าดีกว่าเรา แล้วก็ทำแบบนี้อีกหรือเปล่า ... จริงๆ แล้ว ใครๆ ก็มีโอกาสทำแบบนี้เหมือนกัน ไม่ใช่แต่เขา และก็ไม่ได้มีใครผืดในเรื่องความรัก .. แต่พี่มองว่า คนอย่างเชา มีโอกาสที่จะทำอะไรแบบนี้ บ่อยกว่า และง่ายกว่าคนอื่นๆ นะครับ

ถ้าถามว่าเรียกว่าเลิกดีมั้ย .. พี่ถามน้องดีกว่าว่า เขาไปคบคนใหม่ ไปกอดกัน จูบกัน หรือมีอะไรกัน (ไม่ว่าจะน้อยหรือจะมาก ไม่ว่าจะมีจริงๆ หรือเปล่าก็ตาม) แล้วแบบนี้ น้องยังจะเรียกว่าช่วงนั้น เขายังเป็นแฟนน้องอยู่เหรอครับ ... คนเป็นแฟนกัน (ส่วนมากแล้ว) ไม่ใช่ปลั้กไฟ อยากเปิดก็เปิด อยากปิดก็ปิด สลับไปมาได้ ... วันนี้เป็นแฟน เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์สองวันไม่เป็น แล้ววันจันทร์กลับมาเป็นใหม่ ไม่ใช่แน่ๆ ครับ

พี่ขอเตือนน้องอีกอย่างหนึ่งว่า คำพูดของคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นใคร ที่ไม่ใช่ครอบครัว พ่อ แม่ นะครับ) กระทั่งคำพูดแนะนำของพี่ น้องต้องใช้วิจารณญาณ ความคิด ของตัวเองไตร่ตรองก่อนเสมอ เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ต้องพิจารณาด้วยตนเอง ... อย่าไปเชื่อคำพูดของคนอื่นง่ายๆ รวมทั้ง คำพูดของเขาด้วย ไม่ใช่ว่าเขาพูดว่าอย่างคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร แล้วมันจะต้องจริงเสมอไปนะครับ ... ที่พี่เห็นมามาก แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็น คือ คนเราพูดเข้าข้างตัวเอง ในสิ่งที่ตัวเองจะได้ประโยชน์สูงสุดเสมอนะครับ (โดยส่วนใหญ่) ... สำหรับความเห็นของพี่ ที่น้องบอกว่า "เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมจะมีใคร" นั้น จะให้พี่เชื่อถือได้อย่างไร (แล้วน้องไปเชื่อได้อย่างไร?) ในเมื่อเขาเพิ่งจะตัดสินใจเลิกคบกันกับแฟนที่คบมานาน 5 เดือนได้ไม่ยาก แล้วก็เลิกกับคนที่ไปคบเพียงแค่ 7 วัน แล้วพยายามมาขอคืนดี ... แบบนี้เหรอครับที่ไม่พร้อมจะคบใคร?

คำแนะนำของพี่.. พี่เข้าใจนะครับว่าน้องยังชอบเขาอยู่ พี่ก็ไม่ห้ามนะครับถ้าน้องจะกลับไปคบเขาอีก แต่ก็ขอให้คบอย่างมีสติ อย่าให้เขามาเป็นคนนำชีวิต นำอารมณ์ความรู้สึกของเรา ... จะไปรับส่งอีกมั้ยก็เป็นเรื่องที่น้องตัดสินใจเอง แต่เท่าที่พี่พบมา แฟนที่ต้องคอยทำนี่ ทำนั่น ซื้อโน่น ซื้อนี่ ซัพพอร์ทต่างๆ ให้อีกคนนึง มักจะคบไม่ค่อยยืด เพราะอีกคนจะหวังพึ่งพามากเกินไป อยู่ไปนานๆ จะกลายเป็นไม่ได้คบกันเพราะเห็นคุณค่าของกันและกัน แต่กลายเป็นเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีให้ เช่น ไม่อยากเลิกคบเพราะเสียดายที่จะมีคนรับส่งอย่างดี เป็นต้น ... พี่หวังว่าน้องจะไม่เจอแบบนั้นนะครับ ถึงเล่าให้ฟัง อย่างไรก็ทำให้พอดีๆ ไม่มาก ไม่น้อยเกินไปนะครับ อย่าทำจนเป้นหน้าที่ดีกว่า

ในทางกลับกัน น้องเองก็ไม่ควรจะทุ่มเท แรงกาย แรงใจ เวลา เงินทอง ให้กับเขามากเกินไป เพราะในวันที่เราเกิดเสียใจ เราจะคิดว่า "ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้กับเราได้ ทั้งๆ ที่เราก็ไปรับส่ง ดูแลเขาดีมาโดยตลอด ให้เงินทองใช้ ให้เขาทุกอย่างที่เขาต้องการแล้ว ฯลฯ" ... ซึ่งไม่ผิดหรอกครับที่เราจะน้อยใจแบบนี้ แต่ กระทั่งตัวเราเองที่พูดแบบนี้ออกมา ก็เป็นตัวสะท้อนเหมือนกันว่า ลึกๆ แล้วเราก็รู้สึกว่า เรา "ซื้อ" เขาด้วยสิ่งที่เราทำให้เขา ไม่ใช่ความรัก ความรู้สึก หรือคุณค่าของกันและกันจริงๆ นะครับ

อย่าคิดมากไปนะครับ จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอก ขอให้น้องทำในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเอง คิดแล้วว่านี่คือทางเลือกที่น้องจะมีความสุขที่สุด ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่เสียใจภายหลัง จะดีที่สุดครับ

เอาใจช่วยนะครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Dec 27, 2009 / 05:28 pm


center

สมาชิกทั่วไป

อืม..เพิ่งเข้ามาอ่านแต่คุณ leggy ตอบได้แบบผู้เชี่ยวชาญมากมายหุหุ..

ขอผมมั่งนะคับจะทำไงดีคับถ้ามีผู้หญิงมาชอบ ทั้งที่รู้ว่าเราเป็นอะไรแล้วพูดทำนองว่าสามารถใช้เขาบังหน้าได้ (ทั้งที่ผมเองไม่จำเป็นต้องบังอะไรใครแล้วนอกจากป๊ะป๋า..หุหุ) ที่ทำใจลำบากเพราะเธอคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทมาแต่เล็ก ครอบครัวเรารู้จักกันดีคับ แรกๆนึกว่าเล่นๆ แต่ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วที่ผมมาทำงานกรุงเทพ กลับบ้านไปอาการของเธอเริ่มรุนแรงขึ้น ประมาณว่าโทรจิกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ช่วงใหนผมกลับบ้านจะมาหาผมเสมอดึกดื่นเที่ยงคืนไม่ยอมกลับบ้านตี่ 1 ตีสองก็ไม่ไป สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือเธอหยิบมือถือผมไปไว้ที่ชุดชั้นในของเธอแล้วท้าให้ผมไปหยิบออกมา หลังๆมานี่แม่กับพี่สาวเลยต้องมาคอยกันท่า (อยู่ด้วยเวลาที่เธอมาหาผม)

ผมเคยบอกว่าผมมีแฟนผู้ชายนะ (เธอก็ไม่สนใจคับ)ยังมีพฤติกรรมเดิมๆอยู่ หาเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานกลับบ้านด้วยคับแนะนำว่าเป็นแฟนผมเพื่อนผู้หญิงผมยังกลัวเลย (กลัวถูกฆ่า อันนี้พูดจริงคับ) แต่คิดว่าเธอจะหยุดไม่คับโทรจิกแบบเดิมแล้วยังถามหาผู้หญิงคนที่ผมพากลับด้วย..(เหมือนยิ่งไปสร้างกำลังใจให้เขาเห็นว่าผมเปลี่ยนได้ด้วยซ้ำ ผมคิดนะ แล้วคนอื่นๆที่ได้ยินเรื่องนี้ก็คิดเหมือนกันด้วย)

ล่าสุดคับผมกลับเมื่อ พฤศจิกาที่ผ่านมาเธอออกแนวทำตัวเหมือนเป็นเมียผม ตะหวาดผมที่เห็นผมไปเที่ยวกลับมาดึก ทั้งที่ผมไปเที่ยวกับพี่สาว (ส่วนเธอมารอผมที่บ้านของผมเอง แบบไม่นัดอีกต่างหาก) แม่ผมเองยังไม่กล้าว่าอะไรเลย เพื่อนบ้านรอบๆบ้านยังตกใจเดินมาถามเลยคับ อีกวันผมไปเจอเธอในตลาดเธอก็กรึ๊ดแตกกลางทั้งตลาดเลยคับทำตัวทำนองเหมือนผมทำอะไรเธอ ผมไปกับพี่สาว ทุกคนในตลาดมองผมเป็นตาเดียวเลยคับ (มองเหมือนประหนึ่งผมไปล่วงเกินอะไรเธอแล้วไม่รับแบบนั้นเลยคับ) ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง พี่สาวผมเลยมาดึงมือผมเดินจากตลาดไป

พี่สาวผมบอกว่าเลิกคบเพื่อนคนนี้ได้แล้ว ผมเองก็ตั้งใจจะเลิกคบแล้วคับ บอกที่บ้านแล้วด้วย แต่พ่อแม่ผู้หญิงมาพูดกับคนที่บ้านผม แล้วก็ญาติๆด้วย ว่าลูกสาวเขาเครียดแล้วกินยาลดความอ้วน (แล้วถามประมาณว่าผมไปพูดอะไรให้เขาเครียดหรือเปล่า) ผมจะพูดอะไร ผมไม่เคยพูดอะไรกับเขาเลย เขาชอบคิดเอาเอง ไม่ว่าจะเรื่องของชอบที่ผมชอบกิน ที่พยายามเอามายัดเยียดให้ที่บ้านผมทั้งตอนที่ผมอยู่ และช่วงที่ผมมากรุงเทพ ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าพ่อแม่เขาพยายามจะให้ผมคิดว่าที่ลูกเขากินยาเพราะว่าเป็นความต้องการของผม ที่อยากให้ลูกสาวเขาผอมหรือเปล่า

หลังจากนั้นอีกวันผมได้ข่าวว่าที่บ้านเธอส่งตัวเธอไปรพ.จิตเวช ผมก็อโหสิกรรมให้นะคับ ไม่โกรธถือว่าอย่างน้อยเป็นเพื่อนกัน แต่ผมไม่ขอรับโทรศัพท์และก็ไม่ขอพบเจออีก (ผมบอกที่บ้านแบบนี้ที่บ้านและก็ญาติๆก็เข้าใจคับ) นึกว่าจะจบเรื่องคับ สัปดาห์ถัดมาเธอก็โทรมาแบบเดิมอีก ผมไม่รับเช่นเคยคับแต่เธอก็ไม่ละความพยายามคับ ตอนนี้ผมมีเบอร์โทรใหม่แล้วคับ แต่เบอร์เดิมก็ยังจำเป็นต้องใช้กับงานอยู่เลยต้องเปิดไว้คับ

เรื่องมันคงไม่ต้องกังวลอะไรหรอกคับ ถ้าไม่ใช่ปีใหม่นี้ผมจะต้องกลับบ้านอีกแล้ว ถ้าเธอยังมาหาผม มาวอแวแบบเดิมอีกผมควรทำยังไงคับ ผมไม่ควรเกรงใจญาติๆฝ่ายเธอใช่มั้ยคับ (ผมเองไม่แคร์หรอกคับเพราะผมไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่ผมกลัวญาติๆผมกับญาติๆของเธอจะผิดใจกันซิคับผมกลัวแค่ตรงนี้จริงๆ)...อยากขอความเห็นของเพื่อนๆว่าทำไงดีคับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 03, 2010 / 10:52 pm


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบน้อง center นะครับ

กรณีที่ผู้หญิงทั่วๆ ไป ชอบคนที่เป็นเกย์เนี่ย มีทั้งแบบที่ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ชอบเป็นเกย์ กับทั้งที่รู้ว่าเป็นเกย์ก็ยังชอบอยู่ดี ฝรั่งจะมีคำเรียก fag hag เป็นแสลงนะครับ สำหรับเรียกผู้หญิงที่ชื่นชอบ จนไปถึงรักผู้ชายที่เป็นเกย์

กรณีของน้องพี่ก็เคยพบนะครับ ที่ผู้หญิงออกแนวมีความรุนแรงทางอารมณ์มาก (จนบางครั้งเรารู้สึกว่าเขาไม่ปกติ) ใช้อารมณ์รุนแรง ซึ่งบางคนถึงขั้นทำร้ายตัวเองก็มี การที่ผู้หญิงที่มีลักษณะนี้มาชอบเราซึ่งเป็นเกย์นั้นเป็นปัญหาที่ค่อนข้างน่าปวดหัวนะครับ และพี่พูดตามตรงว่า ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถแก้ไขได้ สิ่งที่ควรทำก็คือพูดไปตามตรงว่าเราไม่ได้ชอบเขา ความสัมพันธ์เป็นได้แค่เพื่อนกัน และไม่ชอบที่เขามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หรือใช้อารมณ์รุนแรงอย่างนั้น

แต่แม้ว่าเราจะบอกเขาแล้ว ในหลายๆ ครั้ง ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจและความพยายามของเขาได้ ผู้หญิงบางคนก็มีความรู้สึกว่าจะสามารถเอาชนะได้ หรือว่าสามารถจะเปลี่ยนผู้ชายเกย์ให้กลับเป็นปกติได้ และยังคงไม่หยุดการกระทำของเขา และอาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าคุยกันรู้เรื่อง เราก็สามารถจะพูดคุยและเป็นเพื่อนกับเขาได้ แต่หากเขายังระราน หรือใช้อารมณ์รุนแรง ก็ควรอยู่ให้ห่างจากเขา อย่าให้เขาเข้ามาที่บ้าน หากห้ามไม่ได้ก็อาจจะต้องบอกคนที่บ้านของเขาให้รับทราบและช่วยด้วยอีกทางหนึ่ง (ถ้าเป็นไปได้นะครับ) ปัญหานี้แก้ที่ตัวเราเองไม่ได้โดยตรง ใจเย็นๆ และค่อยๆ ดูท่าทีของเธอไปนะครับ เรื่องนี้ต้องใช้เวลาค่อยๆ แก้ไปครับ

เอาใจช่วยครับผม


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 04, 2010 / 02:15 pm


am_joe

สมาชิกทั่วไป

ผู้หญิงอาไร้ เหอๆๆ น่ากลัวเนอะ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 06, 2010 / 12:34 am


A

บุคคลทั่วไป

ผมอยากให้พี่เล็กกี้ช่วยวิเคราะห์เรื่ิองนี้หน่อยครับ ผมปั่นป่วนมาก (มือใหม่ครับ) อาจจะยาวหน่อย ผมอยากจะให้ข้อมูลที่เยอะที่สุดอะครับ

ผมรู้ตัวนะครับว่าเป็นเกย์ แต่ผมเป็นแบบไม่แสดงออกนะครับ ผมเป็นคนนิสัยเงียบ ๆ สุภาพ เรียนเก่ง ขรึม ๆ หน้าตาไม่จัดว่าหล่อมาก แต่ก็โดดเด่นขึ้นมาในระดับนึงเมื่ออยู่ในกลุ่มคนทั่วไป (แนว ๆ เด็กเนิร์ดดูมีความรู้) แต่ที่รู้ ๆ คือไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นครับ ผมก็ไม่ได้บอกใครด้วย แต่ก็มีคนสงสัยบ้างเหมือนกัน แต่ไม่มาก (ไม่เกี่ยวกับคำถามเลย แต่ก็เล่าไว้ประกอบครับ)

ผมไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ก็ได้แต่แอบมองไปวัน ๆ ตามประสา ถามว่าอยากมีมั้ย อยากมากครับ ก็คนไม่เคย ชีวิตก็กำลังจะผ่านช่วงวัยรุ่นละด้วย ก็อยากจะมีบ้าง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตน
แอบชอบเพื่อน แต่ก็ไม่กล้าบอก ไม่กล้าแม้แต่บอกเพื่อนสนิทว่าเราเป็นอะไร ชีวิตเศร้าครับ


แต่วันนึงชีวิตผมก็เปลี่ยนไปครับ เริ่มเกี่ยวกับคำถามละครับ
มีน้องคนนึงผมรู้จักกับเค้ามาตั้งแต่ประถมแล้วครับ เห็นเค้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่เคยคุยกันจิงจังมาก่อน จนวันนี้เค้าโตเป็นหนุ่มแล้ว น่ารักด้วย ผมเห็นแล้วก็หวั่นไหวมาก ๆ แต่ก็ได้แต่คิดว่าคงจะไม่มีอะไรมาก เค้าเป็นน้องโรงเรียนของเรา เราก็ทำหน้าที่พี่โรงเรียนที่ดี ก็เท่านั้น น้องเค้าไม่มีแฟน หรือไม่แสดงอะไรออกมาว่ามีแฟนเลย เป็นคนเพื่อนเยอะ อัธยาศัยดีคุยกับคนทั่วไปเก่งครับ ขี้อ้อน ดื้อ ๆ ลั้น ๆแบบเด็ก ๆ ผมแทบจะอดใจไม่อยู่ ผมกับน้องมีโอกาสได้คุยกัน สนิทกันมากขึ้น

ผมกับน้องเริ่มจากเล่น hi5 ด้วยกัน ผลัดกันเม้นไปมา แล้วก็มาเล่น MSN แล้วตามด้วย FB จนในที่สุดก็สนิทกัน แต่ผมก็ไม่ได้บอกเค้าว่าผมเป็น ก็อย่างที่บอกแหละครับ ผมพยายามทำหน้าที่พี่ให้ดีที่สุด ทุกครั้งที่มีความคิดที่ลึกซึ้งผมก็จะบอกตัวเองตลอดว่าเค้าเป็นน้องเรานะ ! อยากคิดอะไรมากไปกว่านี้

ผมกับน้องสนิทกันมากขึ้น จนน้องเค้าขอโทรมาปรึกษาเรื่องต่าง ๆ จากนั้นเราก็ยิ่งคุยกันมากขึ้น ปรึกษากันทุกเรื่องเลยครับ ที่จะบ่อยที่สุดคือเรื่องการเรียน(อยู่มหาลัยแล้วนะครับ) ถามการบ้าน ให้ช่วยการบ้าน เป็นเพราะผมกับเค้าเรียนในสายเดียวกันครับ เลยช่วยกันได้ ผมสอนเค้าทุกอย่างอะครับ การเรียน การใช้ชีวิต สอนการคิดอย่างเป็นผู้ใหญ่ คิดอย่างมีเหตุผล โทรปลุกตอนเช้า แต่มีเรื่องนึงที่ผมกับเค้าไม่เคยปริปากคุยกันเลยคือเรื่องความรัก ผมก็ไม่รู้ไงว่าผมจะคุยกับเค้าในสถานะไหนดี เพราะผมเป็นเกย์ ถ้าน้องเค้าไม่เป็น ก็จะคุยกันไม่ถูกเรื่องแน่ ก็เลยไม่ถาม ไม่คุยครับ


แต่ยิ่งนานขึ้น ก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าน้องเค้าจะเป็นเหมือนกันรึป่าว ผมก็เลยอยากจะปรึกษาครับ (เห้อ กว่าจะถาม) พี่เล็กกี้ หรือใครอ่านใจคนเก่ง ๆ จากพฤติกรรมที่ผมเล่านี่ ก็ช่วยผมด้วยนะครับ


ผู้ชายสองคนที่คุยโทรศัพท์กันทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หรือว่าง ๆ จะต้อง msg หากัน นี่ฟันธงได้มั้ยครับว่า มันเกิดความรักขึ้นกับคนทั้งสองคนแล้ว คือ น้องเค้าก็ชอบผมด้วย ผมอยากรู้มาก ๆครับ


ถ้าน้องเค้าชอบผม ผมก็พร้อมที่จะต่อความสัมพันธ์
แต่ถ้าน้องเค้าไม่ได้เป็น หรือไม่ได้ชอบผม ผมก็ยินดีที่จะจบความสัมพันธ์ คือเลิกคิดต่อครับ
ผมไม่รู้ว่าผมจะทำยังไงต่อไปดี เค้าก็โทรหาผมทุกวัน ผมชอบเค้า แต่ไม่รู้ว่าเค้าชอบผมรึป่าว เวลาคุยผมพยายามทำตัวให้ปกติ พี่ชายที่สุดอ่ะครับ แต่ใจผมไปไหนต่อไหนแล้ว


ผมปั่นป่วนมากครับ ชีวิตผมเริ่มแย่ลง กับความค้างคาใจ ผมจากที่เป็นคนนิ่ง ๆ มีสมาธิกับการเรียน กับการทำงาน กับการสอบ กับกลายเป็นอะไรไม่รู้ สติ สมาธิผมแตกกระเจิง ผมทิ้งหนังสือที่ผมกำลังอ่านอยู่ เพื่อไปรับโทรศัพท์ของน้อง ผมไม่เข้าใจเลย สับสนครับ

ช่วยวิเคราะห์น้องเค้าหน่อยนะครับว่าเค้าคิดไงกับผม ขอโทษที่มันยาวไปนะครับ ผมอยากให้รายละเอียดที่มากที่สุด ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มก็ถามต่อได้นะครับ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 06, 2010 / 01:03 pm


center

สมาชิกทั่วไป

ขอบคุณคร๊าฟคุณ leggy สำหรับคำปรึกษาที่ดีๆ

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆคับคุณ leggy เขาทราบว่าผมกลับบ้านแล้วพยายามโทรหาและมาหาผม แต่โชคดีที่ญาติๆผู้ใหญ่ทางผมก็ช่วยกัน กันให้ ทั้งรับโทรศัพท์หรือบอกว่าผมไม่อยู่ตอนเธอมาหา (ผมอยู่ในบ้านนั่นแหละคับ) แต่ญาติทางฝ่ายเขาก็เหมือนจะมองว่าผมไปทำอะไรผู้หญิงหรือเปล่า แถมก่อนสิ้นปีก่อนกลับบ้านยังมีญาติเขามาหาผมถึงที่ทำงานที่กรุงเทพด้วย (ด้วยความสัตย์จริงผม ไม่เคยแตะต้องตัวเธอ ไม่เคยพูดอะไรที่เกินกว่าเพื่อนคุยกับเพื่อนเลยคับ) ตอนนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้วละคับ มันกลายเป็นเรื่องระหว่างญาติพี่น้องกันแล้ว ทางญาติๆผมก็ไม่ยอม ทางโน้นก็ไม่เลิกราเหมือนกัน หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงต่างฝ่ายต่างอยู่ แต่ผมแปลกใจทำไมเหมือนญาติๆฝ่ายเขาไม่เห็นกันหรือห้ามผู้หญิงเลย เพราะเห็นเขายังโทรหาและมาหาผมเหมือนปกติ ตอนนี้ผมกลับมากรุงเทพแล้ว ลอยเหนือปัญหา ทิ้งปัญหาให้กับญาติๆที่บ้านมึนตึงกันอยู่คับ..เฮ่อๆ


น้องโจคับ ไม่น่ากลัวอย่างเดียวคับ สยองด้วยคับ


ให้กำลังใจกับเพื่อนๆที่มีปัญหา ให้ผ่านปัญหาไปได้อย่างดีทุกคนคับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 06, 2010 / 05:50 pm


am_joe

สมาชิกทั่วไป

center เขียน:
น้องโจคับ ไม่น่ากลัวอย่างเดียวคับ สยองด้วยคับ


เหอๆ


โจว่า กรณีของคุณ A อ่ะ อีกฝ่ายก็ต้องคิดเหมือนที่คุณ A กำลังคิดอยู่นี่แน่ๆ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 07, 2010 / 01:14 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบน้อง center ครับ

เรื่องธรรมดานะครับ คนของใครก็มักจะเข้าข้างกันอยู่แล้ว ผู้หญิงเค้าอาจจะไปพูดกับญาติอย่างไรเราไม่อาจรู้ได้ แต่ไม่ต้องคิดมากครับ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไร ก็คือไม่ได้ทำ มันไม่เหมือนในละคร จะไปท้องกับคนอื่นแล้วมายัดเยียดกันง่ายๆ ไม่ได้หรอก จริงมั้ยครับ เราทำได้อย่างเดียวคือพูดความจริง และอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเขานะครับ ที่พี่ห่วงจริงๆ จะเป็นฝ่ายหญิงมากกว่า เพราะผู้หญิงที่เป็นอย่างนี้ บางคนก็คิดผิดคิดสั้นทำร้ายตัวเอง ซึ่งไม่ว่าเค้าจะทำตัวดีหรือไม่ดี เราก็คงไม่อยากเห็นใครต้องเสียใจ จริงไหมครับ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราต้องเอาตัวเอง เอาชีวิตของเรา เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้เขา ทำตามใจเขาแบบนั้น

เอาใจช่วยนะครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Jan 07, 2010 / 02:01 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบน้อง A ครับ

กรณีของน้องนี่พบบ่อยมากครับ เป็นเรื่องปกติอย่าเพิ่งเครียดนะครับ เนื่องมาจาก เกย์ส่วนใหญ่ในช่วงที่ยังไม่ค้นพบตัวเอง หรือยังยอมรับตัวเองไม่ได้ และอยู่ในวัยรุ่นนั้น ถ้าใช้ชีวิตตามรูปแบบปกติ คือเรียนมัธยม เรียนมหาวิทยาลัย ทำงานกินเงินเดือนแล้ว ก็จะพบปัญหาไม่ค่อยต่างกัน .. ในช่วงนั้น เนื่องจากไม่ได้เปิดเผย ก็ไม่กล้าบอกความจริงออกไปกับใคร กลัวความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในชีวิตถ้าความจริงถูกเปิดเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรดี จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร อีกทั้งการที่ยังเรียนอยู่ โอกาสที่จะไปพบปะสมาคมกับคนภายนอกอื่นๆ ก็มีน้อย และสำหรับคนในโรงเรียนนั้น ภาพยนตร์ ละคร ก็สอนให้เรารู้ว่า ถ้าคนรู้ว่าเราเป็นเกย์ อาจจะโดนต่อต้าน โดนรังเกียจอย่างไร .... ดังนั้น เมื่อมีคนสนิท ก็มักจะเกิดความรักขึ้น หรือในทางกลับกัน เกิดความรักขึ้นก่อน จึงพยายามเข้าไปสนิทสนม ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม เราจะรู้สึกว่าเหมือนชีวิตนี้ มีเพียงเราสองคน คนที่เราไว้วางใจที่สุด และเป็นคนที่เรารักด้วย ยิ่งเรารู้สึกว่าเรามีกันแค่สองคนมากแค่ไหน ก็ยิ่งเกิดความรัก ความกลัวที่จะเสียเขาไปมากเท่านั้น ... ความรู้สึกว่ามีกันแค่สองคนนี้ หมายถึงว่า ไม่มีเพื่อนเกย์คนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเกย์คนอื่นๆ อยู่ที่ไหน จึงกลัวว่าถ้าเสียเขาไป ก็จะต้องอยู่คนเดียวเพียงลำพัง (ซึ่งไม่ใช่ความจริงเลย) ... เวลา จะสอนเกย์ทุกคนให้ค่อยๆ รู้ว่า โลกนี้กว้างใหญ่ มีเกย์อีกจำนวนมากที่เป็นเหมือนเรา คิดเหมือนเรา กลัวเหมือนเรา และสอนให้รู้ว่า เกย์ในโลกนี้มีหลากหลายแบบ เมื่อได้รู้จักคนมากขึ้น ก็จะค่อยๆ ทำให้ปรับตัวได้ ความเครียดลดลง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ

พี่เคยพูดไว้ในการตอบน้องคนหนึ่งว่า พี่ไม่ได้มีความสามารถที่จะฟันธงว่าใครเป็นเกย์ ไม่เป็นเกย์ หรอกครับ ไม่ว่าจะในทางทฤษฎี หรือทางปฏิบัติ ไม่มีใครเลย นอกจากตัวเราเอง ที่จะมาบอก มาตัดสิน มาฟันธงว่า เราเป็นเกย์ ยกเว้นว่า เรายอมรับเอง และอีกกรณีคือ ถูกจับได้ขณะที่เรามีสัมพันธ์ (กอด จูบ แสดงความรัก) กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ... จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญ ของเกย์ที่ตัดสินใจจะดำเนินชีวิตแบบปิดบังตัวตน ให้ยืนหยัดมั่นคง ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ยอมรับไปเอง ไม่มีใครมาบังคับเราให้เป็นเกย์ (คือยอมรับว่าเป็น) ได้หรอกครับ

แม้พี่จะฟันธงไม่ได้ แต่พี่มีคำแนะนำดังนี้ครับ

อย่างแรก น้องต้องทราบว่า การที่จะเปิดเผยพูดความจริงกับคนสนิทกันมานานอย่างนี้นั้น มีความเสี่ยง 50/50 ที่เขาจะรับไม่ได้ ปฏิเสธ หลบหน้า หนีไปจากชีวิตน้อง และไม่ต้องการจะพบ จะคบกันอีกเลย แม้แต่จะพูดคุย .. เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนหลายๆ คน ที่คิดว่า เพื่อนเชื่อใจได้ และคิดเองว่าเพื่อนเข้าใจและรับได้ เมื่อเปิดเผยไป กลับโดนต่อต้าน รังเกียจ ต่อว่า เลิกคบ บอยคอทต์ สารพัด ... พี่ไม่ได้ขู่ให้กลัว แต่ให้คิด ให้เตรียมตัว และรับกับความเสี่ยงนี้ก่อน อย่ามองแต่ในด้านดี เพราะเมื่อเกิดเรื่องที่ไม่ดี ไม่เป็นตามที่เราต้องการแล้ว หากเราสติแตกรับมือไม่ได้ มันจะเป็นผลเสียต่อตัวเราอย่างมากในทุกๆ ด้านนะครับ

ส่วนถ้าถามความเห็นส่วนตัวของพี่ พี่คิดว่าน้องคนนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นเกย์สูงมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรักน้อง เพราะ ความสนิทสนมที่มี มีความเป็นไปได้สูงว่า เกิดจากเหตุผลเดียวกันคือ ความรู้สึกว่าไม่มีใครที่เข้าใจเรานอกจากน้อง ดังนั้นจึงเป็นเพื่อนคนเดียวที่ไว้วางใจ ในโลกแห่งความสับสนของชีวิตเกย์ น้องเป็นคนที่ไม่เคยทำให้ไม่สบายใจ ไม่เคยซักถามในสิ่งที่เขาไม่ต้องการตอบ เช่น มีแฟนหรือยัง (แฟนผู้หญิง) ชวนไปเที่ยวผู้หญิง ชวนไปจีบสาว ชวนไปกินเหล้ากินเบียร์ อะไรที่เขาไม่ชอบ และคุยกันได้ทุกเรื่อง ให้อภัย ช่วยเหลือกันได้ขนาดนี้ .. น้องจึงเป็นคนสำคัญของเขาเช่นกัน แต่การเป็นคนสำคัญ ไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องรักน้องนะครับ เป็นความจริงที่รับยาก แต่ต้องพยายามรับมันให้ได้นะครับ

สำหรับคำถามในใจของน้อง
1) เขาเป็นเกย์หรือเปล่า
2) เขาชอบเราอย่างที่เราชอบเขามั้ย
ในความเป็นจริง มีทางเดียวที่จะรู้ คือการถามตัวเขาตรงๆ แต่เรื่องนี้พูดง่าย ทำยาก และอาจได้คำตอบที่ไม่ใช่ความจริง สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้มีดังต่อไปนี้

1. เมื่อเราบอกความจริงไปตรงๆ ว่าเราเป็นเกย์ และเราชอบเขา เขาเปลี่ยนท่าที กลายเป็นรังเกียจ และไม่อยากจะคบเราอีกต่อไป ซึ่งยังเกิดได้จากสองกรณี
1.1 เขาไม่ใช่เกย์ และรับไม่ได้กับคนที่เป็นเกย์ กลัว (เราไปทำอะไรเค้า) รังเกียจ รู้สึกว่าเราทรยศหักหลังโกหกหลอกลวงเค้า (หลายกระทงมาก) จึงไม่อยากคบ ไม่อยากคุยกับเราต่อไป (ความดีที่ทำมาหายไปหมด)
1.2 เขาเป้นเกย์ ไม่ว่าจะรู้ตัวแล้วแต่ไม่อยากเปิดเผย หรือยังไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแล้วแต่ยอมรับตัวเองไม่ได้ เค้าจึงกลัวว่าการที่เราเข้าหาเค้า ด้วยความจริงแบบที่เค้าก็เป็น แต่เค้ายังยอมรับไม่ได้ กลัวว่าจะทำให้ความลับเขาเค้าเปิดเผย เค้าจึงจำเป็นต้องออกห่างจากเรา

2. เมื่อเราบอกคามจริงไปว่าเราเป็นเกย์ เค้ายอมรับได้ และคบกับเราต่อได้ แต่เค้าบอกว่าคิดกับเราเพียงแค่พี่น้อง ไม่ใช่แฟน โดยบอกว่า
2.1 เค้าไม่ใช่เกย์ รักผู้หญิง จึงคบเป็นแฟนกับเราไม่ได้ แต่รักเราในฐานะพี่ชายมาก (ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่)
2.2 ยอมรับกับเราว่าเค้าก็เป็นเกย์เหมือนกัน แต่ไม่ได้คิดกับเราแบบนั้น คิดเป็นแค่พี่น้องกัน

3. เมื่อเราบอกความจรีงไปว่าเราเป็นเกย์ และเราชอบเค้า เค้าตอบว่า
3.1 เค้าไม่ได้ยอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ หรือบอกว่ายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหรือเปล่า เค้าก็ไม่เข้าใจ แต่เค้าก็ผูกพันธุ์กับเรามาก ไม่อยากเสียเราไป ขอให้เราให้เวลาเค้า อย่าเร่งรัดเค้าในการตัดสินใจ
3.2 เค้ายอมรับว่าเป็นเกย์ และเค้าก็รักเราเช่นกัน ... happy ending (เฉพาะช่วงเริ่มต้น)

พี่คาดว่าสิ่งที่น้องต้องการให้เป็นคือ 3.2 แต่พี่ต้องบอกว่า % ที่ข้อนี้จะเกิดขึ้นมีน้อยกว่าที่คิดมาก 6 กรณีที่พี่ยกตัวอย่าง ยังไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นแบบที่คนจำนวนมากจะพบเจอ % ที่ข้อ 3.2 จะเกิดขึ้นนั้น น้อยกว่า 1/6 อีกนะครับ

แม้ว่าน้องจะโชคดี ได้ข้อ 3.2 เกิดขึ้น ถ้าเป็นในภาพยนตร์ ในละคร สองคนจะรักกันไปตลอดไป แต่ในโลกแห่งความจริง มันเป็นเพียง happy "start" ยังมีเรื่องอีกหลากหลายที่ทำให้คนสองคนที่โชคดี ได้รักกัน ใจตรงกัน ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างที่คาด ซึ่งไม่ได้น่าเศร้าอย่างที่คิด พี่ยกตัวอย่างบางประการเช่น ครอบครัวรับไม่ได้และใครคนหนึ่งหรือสองคนไม่สามารถฝืนได้ จึงไม่สามารถคบกันได้, คบกันไปแล้วพบว่าเข้ากันไม่ได้อย่างที่คิด ในการใช้ชีวิตร่วมกันมากกว่าที่เคยทำ, มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย้ายที่เรียน ไปเรียนต่างประเทศ ทำให้ไม่ได้คบกันต่อไป ... ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะคนสองคนที่ยังไม่เคยเปิดเผยตัว ยังไม่ได้ใช้ชีวิตเกย์จริงๆ ยังไม่เข้าใจความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง รวมทั้งยังไม่เข้าใจความเหมือนและความต่างของผู้ชายที่เป็นเพศเดียวกัน เวลามาใช้ชีวิตน่วมกันแล้ว จะต้องปรับตัวอย่างไร ทำให้คู่แฟน ไม่ได้เป็นคู่ชีวิตที่คบกันยาวนานอย่างนั้น

น้องอย่าพึ่งเสียกำลังใจไปจากสิ่งที่พี่เล่าให้ฟังนะครับ คู่ที่ happy คบกันตั้งแต่สมัยเรียน ใจตรงกัน และยังคบกันยาวนานจนถึงปัจจุบันนานเป็นสิบปี ก็มี แต่มีน้อย ใครๆ ก็หวังจะเป็นแบบนั้น แต่คนที่ทำได้แบบนั้นมีน้อยจริงๆ (ไม่ใช่ความผิดของใครนะครับ)

แล้วน้องควรทำอย่างไร?

น้องควรทำความเข้าใจในสิ่งที่พี่เล่าข้างต้นก่อน พยายามทำใจกับตัวเองก่อนว่า ไม่ว่าเรื่องมันจะจบลงอย่างไร น้องจะรับได้หรือไม่ ถ้าน้องยังรับกับผลในข้อใดไม่ได้ ก็ต้องอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปถาม ไปคุยตรงๆ ... หากน้องมั่นใจว่าจะรับกับผลที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว ก็ทำได้สองรูปแบบ

ก. บอกตรงๆ วิธีนี้ง่าย แต่เสี่ยง ดูน่าประทับใจ โรแมนติก แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาอีกแบบ ก็รุนแรงได้มาก เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจและพร้อมที่จะรับผลที่จะเกิดขึ้น

ข. สำหรับคนที่ไม่มั่นใจ ไม่อยากเสี่ยง อยากรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ การลองถามแบบอ้อมๆ อาจจะช่วยได้ เช่น ลองถามความเห็นกับผู้หญิงที่เดินผ่านว่า สวยมั้ย อะไรแบบนี้ หรือ "มีสาวคนไหนมาจีบเราบ้างหรือเปล่า มีผู้หญิงมาถามอยากรู้จัก เราล่ะสนใจมั้ย" ดูว่าเขาตอบสนองอย่างไร หรือถ้าสนิทสนมกัน เคยกอดคอกันหรือเปล่า ใกล้ชิดกันมากแค่ไหน เคยลองแกล้งเมาแล้วใกล้ชิดเขามากกว่าปกติมั้ย เช่น เมาแล้วไปซบกอดคอเขาข้างหนึ่งเพราะเหมือนพยุงตัวไม่ค่อยไหว ใช้ความเมาในการใกล้ชิดมากขึ้น แต่ไม่ใช่ไปกอดจูบล่วงเกินเขานะครับ (ห้ามนะครับ ผลอาจแย่กว่าที่คาด)
หรือไม่ก็พูดเรื่องมีผู้หญิงเอาของมาให้ตัวน้องเอง หรือมาส่งจดหมายรัก หรือมาเกาะแกะ ลองดูว่าเขาจะแนะนำอย่างไร มีความเห้นอย่างไร หึง โกรธ หรือสนับสนุน หรือไม่มีความเห็น ... วิธีอ้อมๆ นี้ ใช้เวลา ไม่ทันใจ แต่ปลอดภัยกว่ามาก ... ข้อเสียคือ คำตอบอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดเช่น เขาอาจเข้าใจผิดว่าเราเป็นผู้ชายทั่วไป รักผู้หญิง แล้วไปเศร้าคนเดียว ถ้าเขาแอบชอบเรา แล้วก็เลยไปคบคนอื่น หรือ เค้าโกรธที่เราไปชอบผู้หญิง ก็เลยเข้าใจผิดไปเอง ดังนั้น ต้องดูทั้งคำพูด ลักษณะท่าทาง อารมณ์ ในการแปลความหมายนะครับ ... ถ้าไม่มั่นใจ พี่จะช่วยบอกความเห็นให้อีกทีนะครับ แต่ระมัดระวังในวิธีด้วยนะครับ อย่าให้เค้ารู้สึกว่า ไปหลอกถามเพราะจะจับผิดเขาว่าเป็นเกย์หรือเปล่า เขาอาจจะจงใจปกปิดมากขึ้นได้ ของแบบนี้ไม่มีคำถามที่เหมาะสมตายตัว แต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ ใช้ความสามารถและโชคด้วยครับ

เอาใจช่วยนะครับ มีข้อมูลเพิ่มก็มาปรึกษาพี่ได้ครับ



แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 22 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:

*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
เกี่ยวกับเรา | ข้อมูลของฉัน | ติดต่อโฆษณา | ช่วยเหลือ | นโยบายส่วนบุคคล | ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน | ติดต่อเรา | |

© 2009 ALIVEg.com. All Rights Reserved.