E-Mail:
รหัสผ่าน:
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
อังกฤษอังกฤษ | ไทยไทย
เข้าสู่ระบบ  |   ลงทะเบียน  |  แลกรางวัล
หน้าแรก » กระดานสนทนา » Love & Sex » ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้
Love & Sex

แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้

ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้


ผู้โพสต์: Mar 14, 2009 / 07:01 am

leggy

สมาชิกทั่วไป

ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ

*เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 02:34 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

สวัสดีครับ @R_Watcharapon

ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ

เรื่องของการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง จะเรียกอีกอย่างก็คือการที่เราพยายามทำเพื่อตัวของเราเอง (effort) ผมเรียกว่าเป็นหนึ่งในสามสูตรสำเร็จของความรัก (โดยเฉพาะของเกย์อย่างเราๆ ท่านๆ) ที่ผมสรุปจากประสบการณ์, หนังสือ และจากการได้พบ รู้จักคนหลายๆ คน หลายๆ คู่ นั้นคือ ความเข้าใจ + ความขวนขวาย + ความโชคดี ซึ่งสองอย่างแรกนั้น เราทำเพื่อตัวเราเองได้ ส่วนอย่างหลัง เราไม่สามารถกำหนดได้ การมีโชคมากน้อยนั้น ส่งผลต่อว่าเราจะมีโอกาสได้เจอคนที่ใช่สำหรับเรา เร็วช้าแค่ไหนนะครับ ในความหมายของผม

อย่างแรก "ความเข้าใจ" นั้น อย่างที่เคยตอบเพื่อนๆ ไป ขอสรุปสั้นๆ ว่าเกี่ยวกับ ความเข้าใจตนเอง เข้าใจสิ่งที่ตนเองต้องการ เข้าใจสิ่งที่คนอื่นต้องการ เข้าใจคนอื่น

ส่วนที่สอง "ความขวนขวาย" นั้น คือการที่เราได้มีความตั้งใจ ให้เวลา พยายาม กับการที่จะเปิดโอกาสให้เราได้เจอคนมากๆ เพราะการเจอคนมากๆ คือการที่เพิ่มโอกาสให้เราเจอคนที่ใช่ได้เร็วกว่า ยกตัวอย่างว่า คนที่วันๆ ไม่สนใจคบค้าสมาคมกับใคร อยู่กับตัวเอง และเพื่อนที่รู้จัก ทำงาน กลับบ้าน แบบนี้ ผ่านไปห้าปี จะมีสักกี่คนที่ได้รู้จักเพิ่ม จะมีกี่คนที่ถูกตาถูกใจ และเขาเป็นเกย์ด้วย และเขาชอบเรากลับ อาจจะยังไม่มี อาจจะใช้เวลาสัก สิบห้าปี กว่าจะได้เจอคนที่ใช่ หาคนที่ใช่ของเขาเจอ

ขั้นตอนคร่าวๆ ที่เกิดขึ้นจากการขวนขวาย น่าจะอธิบายง่ายๆ ได้ตามลำดับดังนี้ (1) เจอคนมากๆ (2) ทำความรู้จักคนที่เจอ (3) ดูว่าเขามีสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ (4) ดูว่าเขาเป็นเกย์หรือเปล่า (5) ดูว่าเขามีแฟนหรือยัง (6) หาโอกาสทำความรู้จักให้มากขึ้น (ออกเดท) ... จนกว่าจะได้เจอคนที่ สนใจเราด้วยเช่นกัน ก็คงจะไปต่อที่ การทดลองคบกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ ให้คำมั่นสัญญาต่อกัน (สำหรับกรณีของเกย์ที่หวังมีคู่ใจคนเดียว อยู่ด้วยกันไปนานๆ นะครับ)

วันนี้จะตอบคำถามในส่วนของ การเปิดโอกาส ซึ่งคืออันเดียวกับ "การเจอคนมากๆ" นะครับ มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเจอคนมากขึ้น?
1. พบปะ สังคมกับ คนที่เจอในชีวิตประจำวัน ที่ทำงาน ข้างบ้าน
2. ระหว่างเดินทาง บนรถไฟฟ้า บนรถเมล์ (เชื่อว่าหลายๆ คนก็เคยแอบชอบคนบนรถเมล์ แต่ข้อนี้ ค่อนข้างยากนะครับ สำหรับสังคมอย่างเรา ที่จะมีใครได้ทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า บนระบบขนส่งมวลชนต่างๆ เหล่านี้ แต่ก็ต้องขอพูดถึงไว้ด้วย)
3. สถานที่ที่เราไปใช้เวลา เช่น ร้านหนังสือ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เราไปประจำ ร้านกาแฟ ร้านอาหารที่เราไปประจำ
4. การสมาคมกับกลุ่มเพื่อนฝูง เพื่อนมัธยม เพื่อนมหาวิทยาลัย เพื่อนปริญญาโท งานแต่งงานเพื่อน ฉลองเปิดกิจการของเพื่อน (จะได้พบเพื่อนบางคนที่เราอาจไม่เคยรู้จักโดยตรง หรือพบว่าเพื่อนเราบางคนเพิ่งจะเปิดเผยตัว หรือรู้ตัวว่าเป็นเกย์ รวมทั้งได้รู้จักเพื่อนของเพื่อนด้วย)
5. กิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสังคมของเกย์ กลุ่มพูดคุยปัญหาเกย์ อาจจะเป็น ชมรมเล่นแบด ชมรมทำอาหาร มูลนิธิช่วยเหลือเด็กหรือผู้ติดเชื้อ องค์กรฟ้าสีรุ้ง บางกอกเรนโบว์ กลุ่มคุยปัญหาชีวิตเกย์คล้ายๆ pflag เป็นต้น
6. เข้าคอร์สเรียนต่อ เรียนปริญญาโท เรียนทำอาหาร เรียนเต้นรำ เรียนภาษา
7. ผับ บาร์ ไนท์คลับ สถานบันเทิงกลางคืน
8. ซาวน่าของผู้ชาย (เกย์)
9. อินเทอร์เน็ต
10. ใช้บริการ match maker (บริการหาคู่)

แบบฝึกหัดนะครับ ลองถามตัวเองดูสิว่า ในสิบข้อข้างบนนี้ เราได้ทำไปสักกี่ข้อบ้าง? จริงๆ แล้ว ไม่ได้จำกัดแค่สิบข้อนะครับ อาจจะมีเพิ่มได้อีก แต่นี่คือการยกตัวอย่างให้เห็นว่า มันเป็นอะไรได้บ้าง จะเห็นได้ว่า อินเทอร์เน็ต เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ในยุดสมัยนี้ใครๆ ก็ใช้อินเทอร์เน็ตได้ในราคาไม่แพงนัก ผมเห็นด้วยกับที่เคยได้ฟังเกย์ให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า เกย์สมัยนี้จะโลว์เทคแค่ไหนยังไงก็ต้องเล่นอินเทอร์เน็ต ต้องฝึก ไม่ใช้ไม่ได้ พลาดโอกาสในชีวิตมาก ในการหาคู่ เกย์จำนวนไม่น้อยที่ได้แฟนดีดี คนที่ใช่ จากอินเทอร์เน็ตนะครับ และผมก็เชื่อว่ามันช่วยทุกๆ คนได้เหมือนกัน

การเปิดโอกาส หรือการขวนขวาย เพื่อให้เราได้เจอคนมากๆ นี้ ยังมีปัจจัยสำคัญมาเกี่ยวข้องอีก ซึ่งเป็นเหตุให้คนบางคนทำบางข้อได้ ทำบางข้อไม่ได้ เช่น ระดับของการเปิดเผยตัวเองต่อสังคม ต่อคนอื่น หน้าที่การงาน ลักษณะการใช้ชีวิต นะครับ

ในโอกาสต่อไป อาจได้หยิบยกเกี่ยวกับระดับของการเปิดเผยตัวก็ดี หรือเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์ต่อการหาคู่ก็ดีนะครับ

*ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม

โชคดีครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 02:35 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบ คุณ KUN_WIT

เรียกพี่ก็พอนะ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 02:38 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบคุณ คน

เค้าไม่รักเรา อาจจะเพราะว่า เราไม่ใช่คนที่ตรงตามความต้องการของเขานะครับ

ผมเชื่อว่าทุกๆ คน ก็มีใครสักคน (มากกว่าหนึ่งคน) บนโลกนี้ที่ต้องการ เพราะคนเรามีความหลากหลาย ภารกิจของเราก็คือการหาคนคนนั้นให้เจอ

พยายามเข้านะครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 03:03 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

สวัสดีครับ @butakung

ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ

พี่คิดว่าเข้าใจความรู้สึกของน้องนะครับ ประเด็นแรก น้องคิดว่าคบคนนี้เป็นกิ้ก อาจเพราะดูจากคำพูดที่ใช้คุยกัน หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ความรู้สึกที่มีให้กัน แต่น้องอาจเข้าใจฝ่ายเดียวว่าคนนี้เป็น "กิ้ก" เรา ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งอาจมองแค่ แบบนี้คือ "เพื่อน" เพราะระดับของความเข้าใจ การตีความ การให้ความสำคัญของแต่ละคนมันต่างกัน คนเรามักจะมีปัญหาเรื่องของการสื่อสารเพราะ ใช้การคิดเอาเอง จากประสบการณ์ว่า ถ้าทำแบบนี้แล้วเราเรียกว่าเป็นแฟนกันแล้วนะ (ยกตัวอย่าง) แต่ในขณะที่อีกคนคิดว่า "แค่ลองคบกัน ยังไม่ใช่แฟน" ก็มีบ่อยๆ ... หรือถ้าไม่ใช่ปัญหาจากการเข้าใจไม่เท่ากันแล้ว บางทีมันง่ายกว่านั้นคือ การกลับคำ หรือโกหกของอีกฝ่ายหนึ่ง หมายความว่า จริงๆ แล้วทั้งคู่ก็เข้าใจแหละว่า เนี่ยคือเป็นกิ้กกันนะ แต่เวลาถึงคราวพูดกันตรงๆ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ (ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) แล้วก็กลับคำซะเฉยๆ ว่า "ไม่ได้เป็นกิ้กสักหน่อย เป็นแค่เพื่อนต่างหาก เธอเข้าใจผิด คิดไปเอง" อย่างนี้ก็มี ... ถ้าเป็นอย่างหลัง พี่ก็เห็นใจนะครับ แต่เรื่องนี้เราทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามดูคนให้ดีดีก่อนคบ เลือกคบคนที่จริงใจกับเรา ไม่ว่าจะเพื่อน กิ้ก หรือแฟนนะครับ

นั่นคือเรื่องของความเสียใจที่ถูกกิ้กปฏิเสธ

ส่วนเรื่องของแฟนของน้อง ที่น้องว่า รู้สึกว่าคบไปแล้วเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ ... ไม่แปลกใจเลยครับ นี่คือปัญหาหลัก ที่เกย์ไม่น้อย เจอทั้งนั้น คือการอยู่ในวังวนของการ หาแฟน ... คบกัน ... เจอคนที่ดีกว่า ... เลิกกับคนเก่า ไปคบคนใหม่ ... เจอคนที่ดีกว่า ... เลิกกับคนเก่า ไปคบคนใหม่ ไปเรื่อยๆ .......... เหนื่อย.. แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เจอคนถูกใจจริงๆ สักที ทำไมการประเมินของเราทีแรกว่า "คนนี้ใช่แน่ๆ" นั้น ไม่แม่นยำเอาเสียเลย หรือ ทำไมเราต้องได้บทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปเรื่อย

คนพวกหนึ่ง ที่เหนื่อยจากวงจรข้างต้น จะเริ่มคิดหาคำตอบให้ตัวเองว่า ทำไม? ทำไมถึงคบแล้วเลิก คบแล้วเลิก ถ้าโชคดี มองเห็นถึงสาเหตุว่า อะไรทำให้เราเป็นอย่างนั้น ก็อาจจะสามารถออกจากวังวนนี้ได้ โดยการกลับไปทำความเข้าใจตัวเองให้ดีเสียก่อน รวมทั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจคบใคร ก็ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

กับอีกพวกหนึ่ง จะตรงข้ามไปเลยคือ เมื่อเหนื่อยแล้ว จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า รู้สึกท้อแท้กับความรัก อาจคิดว่าไม่มีคู่แท้ของเราแล้วในโลกนี้ เป็นไปไม่ได้แล้วที่จะมีแฟน ก็อาจจะใช้ชีวิตอยู่กับความเศร้า ต่อต้านความรัก และละทิ้งซึ่งความหวังไป

คำแนะนำของพี่ต่อปัญหาของน้องก็คือ
1. คิดว่าแฟนที่คบอยู่ไม่ใช่คนที่เราชอบจริงๆ -> หาคำตอบให้ตัวเองก่อนว่า เราต้องการอะไรจากแฟนกันแน่ เราอยากมีความรัก มีชีวิตรักแบบไหน ถ้ามั่นใจว่าแฟนคนนี้ไม่ใช่จริงๆ ก็ควรจะบอกเค้า (ไม่ว่าจะบอกตรงๆ หรือจะเลี่ยงหาเหตุผลอื่นมาใช้ บางครั้ง การบอกความจริง มันก็แสนจะทรมานฝ่ายตรงข้ามนะครับ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดี) อย่าเสียเวลาทั้งของเค้า และของเราเลย ถ้ามันไม่ใช่ ... อย่ากลัวว่า จะไม่มีแฟนอีก จะไม่เจอใครที่ชอบเราแบบนี้อีก ถ้าเราคิดแล้วว่าคนนี้ไม่ใช่ ก็ไม่ควรไปกั้กเขาเอาไว้ ด้วยความรู้สึกที่ว่า "หาที่ดีกว่าให้ได้ก่อน แล้วค่อยปล่อยเค้าไป" แบบนี้มันเอาเปรียบอีกฝ่ายหนึ่งนะครับ พี่เห็นว่ามีคนทำอบบนี้กันไม่น้อย แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย ถ้าเราไม่อยากให้คนอื่นมาทำแบบนี้กับเรา เราก็ไม่ควรทำแบบนี้กับคนอื่นเช่นกัน ปล่อยเขาไปดีกว่า ถ้าเราคิดแล้วว่าเขาไม่ใช่นะครับ
2. เรื่องของการคบกับคนใหม่ กลัวที่จะโดนปฏิเสธ -> มีน้องคนหนึ่งก็ถามพี่ลักษณะนี้ว่า การโดนปฏิเสธทำให้เค้ากลัวที่จะเข้าใกล้คนอื่น พี่แนะนำแบบเดียวกันครับว่า เรื่องความรัก มันก็มีความเสี่ยง ต้องลงทุน ถ้าอยากมีความรัก ก็ต้องยอมรับความทุกข์ที่มากับมันด้วย ถ้าเรารับไม่ได้ที่จะต้องโดนปฏิเสธ ก็ไม่มีทางที่เราจะได้ความสุขมาง่ายๆ เช่นเดียวกันนะครับ ... ในประเด็นนี้ ถ้าโชคไม่ดี เจอพวกคนที่ชอบเช็คเรทติ้ง อันนี้ก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ เพราะคนลักษณะนี้ ตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นต้องเสียใจ หวังว่าเราจะไม่เจอคนแบบนี้นะครับ นอกนั้น ก็ไม่ใช่คนที่ทำร้ายจิตใจเรามากนักครับ

แต่พี่ไม่แนะนำให้ หาคนใหม่ในขณะที่ยังคบกับแฟนคนนี้อยู่นะครับ เลือกเดินทีละทาง จะประสบความสำเร็จกว่านะครับ

*ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม

โชคดีครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 05:51 am


KUN_WIT

สมาชิกทั่วไป

leggy เขียน:
ตอบ คุณ KUN_WIT

เรียกพี่ก็พอนะ




โอเชค้าบพี่เล็ก


ว่าแต่ผมก็ไม่ค่อยมีไรมาปรึกษาพี่เลยนะครับ เพราะคิดว่าที่ใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้มันยังไม่เป็นปัญหาหนักนะครับ

คือจะว่าไปมันก็มีบ้างนะครับปัญหาหัวใจเนี่ย แหมะ มันอดไม่ได้จริงๆ

คืออยากเล่าความรู้สึกตัวเองให้พี่เล็กฟังนะครับ เผื่อจะแนะนำไรดีๆได้ครับ ผมเชื่อมือพี่นะครับ

ผมก็ไม่แน่ใจกับความรู้สึกตัวเองน่ะครับ อยากให้พี่เล็กช่วยสะกิดบ้างอะไรบ้างนะครับ
คืองี้ครับ ตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัยนะครับ ผมไม่เคยปล่อยใจไปกับใครเลยนะ จนมาพลาดเข้าตอนอยุ่ปี 3 ครับ คนที่ทำให้ผมเป็นงี้ได้เค้าเคยเป็นรูมเมทผม และก็เป็นรุ่นพี่ผมด้วยแต่เรียนกันคนละคณะครับ กว่าจะรู้สึกดีกับพี่เค้าได้ก็อยู่ห้องเดียวกันมาตั้ง เกือบ 2 ปีแนะครับ แล้วไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเค้าจะมาวิ่งเล่นในหัวใจเราได้ 555

ความหวั่นไหวมันเกิดมาจากความที่เค้าเป็นคนดีครับ ซึ่งเค้าก็ดีและสุภาพกับทุกคน แถมยังเป็นคนเรียนเก่ง
ว่าที่เกียรตินิยมด้วย เพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงเค้าบอกว่าพี่คนนี้หน้าตาดูดีที่สุดในหอแล้วละครับ ในใจผมคิดว่า ไม่ขนาดน้านม้าง อย่ามายุ่ง หึงนะโว้ย (แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าเราชอบเค้าที่หน้าตาเลยนะไม่งั้นคงปิ๊งเค้าตั้งแต่แรกเจอแล้วละ )จากคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมดพี่เขาคือความหวังของครอบครัวเลยครับ แถมเค้ายังเคยเล่าให้ผมฟังถึง Plan อนาคตเค้าด้วยนะครับว่าเรียนจบไปทำไร จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานยังไง ผมก็เลยคิดได้ว่าถ้าเราพยายามให้มันรู้สึกไปมากกว่าความเป็นพี่เป็นน้อง ก็จะเจ็บกันทุกคนแน่ครับ และผมนี่แหละจะเจ็บมากที่สุด

อีกอย่างผมก็รู้อยู่แล้วด้วยว่าเค้าเป็นชายแท้ชัวร์ (มั้ง เค้าแค่เรียบร้อยน่า ) เพราะเค้าเคยเล่าเรื่องตามจีบพี่ผู้หญิงที่เค้าชอบให้ฟัง ซึ่งผมก็ได้แต่นั่งฟังตาปริบๆครับ แล้วก็ยิงคำถามไปเรื่อย แล้วก็เจ็บใจเองสิครับทีนี้ แต่มันก็เจ็บได้ไม่เกินสามนาทีนะครับ เพราะในขณะฟังนี่ผมทำใจไปด้วยเลย ผมก็เลยไม่ได้คาดหวังไรกับเค้า ชอบเค้าแบบพี่มากกว่าดูอบอุ่นดี 555 (เพ้อ) คืออยู่ใกล้แล้วพอได้คุยกันก็รู้สึกอบอุ่นมาก นึกในใจว่าอยากอยู่ใกล้ๆ อยากพูดคุยกับเค้าไปนานๆ เวลาคุยอะไรกันเค้าจะตั้งใจฟังมาก ถึงขั้นคุยกันถูกคอเลยครับมีไรแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ตลอด แล้วบางทีพี่เค้าก็เคยเอาแนวคิดหรือคำพูดบางคำที่มันดีๆ ที่ผมบอกเค้า ไปใช้คุยกับเพื่อนในโทรศัพท์ด้วยครับ ผมแอบได้ยิน ก็ปลื้มมากแล้ว แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ผมติวหนังสือให้เพื่อนอยู่ พี่เค้าเดินผ่านมาพอดีแล้วยิ้มให้ผม (จริงๆนะ) เพื่อนผมมันละลายเลยครับ บอกว่าพี่เค้ามีรอยยิ้มพิมใจมากๆ (ดูลิเกไงไม่รู้เนอะ) แถมมันยังบอกว่าผมนะนั่งมองเค้าแบบเคลิ้มเลยอะ เพื่อนมันก็ว่า "อย่างนี้พี่เค้าก็รู้หมดสิวะว่าแกชอบพี่เค้า" ผมก็ว่า "เออ รู้แล้วไม่เห็นทำไรเลย" แล้วก็นั่งยิ้มต่อไปอย่างนั้นแหละครับ ติวหนังสือให้เพื่อนๆ ต่อไปอย่างมีค่วามสุข คะแนนผมซึ่งเป็นคนติวให้เพื่อนนะ ท้อปคณะเลยทีเดียวครับตอนนั้น สงสัยจะเพราะผลของรอยยิ้ม ส่วนเพื่อนผมก็ลดหลั่นกันไป สมน้ำหน้ามัน แอบมามองพี่เราดีนัก 555

ซึ่งจะว่าไปเค้าก็คงรู้ตัวนะครับว่าผมมีความรู้สึกดีๆให้เค้าอะ แต่เค้าก็ยังดีกับผมเสมอนะ แถมยิ่งนานวันเข้า พี่เค้าก็ยิ่งเผยความดีให้เรารู้สึกดีๆ เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ เราก็สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ เชื่อมั้ยครับปีแรกเราอยู่กัันแบบตัวใครตัวมันเลยครับอาทิตนึงคุยกันนับคำได้ แต่ปีที่ 2 นี่คือเริ่มเหมือนรูมเมทกันมากขึ้นครับเริ่มมี activity ด้วยกันมากขึ้น สั่งพิซซ่ามากินบนห้องพักกันกับพี่เมทในห้องอีกคนด้วย (ในห้องเราจะสนิทกันหน่อย 3 คนครับ) สอบไฟนอลพี่เค้าก็พาผมไปหาที่อ่านหนังสือสอบที่ห้องสมุดมหาลัย แต่ไปแค่ 2 คนด้วย 555 พี่เค้าไม่อยากไปกับคนเยอะๆครับ เดี๋ยวไม่ได้อ่าน แต่เค้าเลือกไปกับเราแสดงว่าเห็นเป็นคนสำคัญ ผมควรจะปลื้มพี่เค้าไหมละครับ ช่วงที่สนิทกันมากๆขึ้นเนี่ย ก็เป็นช่วงที่รู้แล้วด้วยละนะครับว่าผมต้องย้ายหอออกไป แบบใจมันหวิวมากเลยครับ สุดท้ายผมเองนั่นแหละครับที่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ก็ใจมันอยู่แต่กับคนที่อ่านอยู่ข้างหน้าอากาศก็ดันหนาวจัดซะ แต่ก็อุ่นใจครับ อิอิ แ่ต่ผมก็มีความสุขที่สุดครับที่ได้มาใช้เวลาอยู่ใกล้ๆ เค้า เพราะเมื่อสอบเสร็จก็แปลว่าผมต้องย้ายหอเลยทันทีครับ

ยิ่งใกล้วันจากมันก็ยิ่งรู้สึกสนิทกับเค้ามากขึ้น และก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นทุกวันๆ ( ผมเชื่อว่าใครๆก็คงเคยเป็น ) แล้ววันจากมันก็มาถึงจนได้แหละนะครับ สุดท้ายคือผมกับพี่เค้าก็ให้ความรักกันได้แบบแบบพี่-น้องจริงๆครับ ซึ่งผมก็เตือนตัวเองครับว่ามันจะไม่มีทางมากไปกว่านี้แน่นอน แต่ตลอดเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพี่เค้า ผมจะได้เรียนรู้ความสุภาพ อ่อนโยน และซึมซาบแต่สิ่งดีๆ คำพูด ความคิดดีๆ จากพี่เค้าเสมอครับ พี่เค้าจะไม่เคยพูดคำหยาบเลยครับเวลาคุยกับผมซึ่งมันทำให้เค้าดูมีวุฒิภาวะและยิ่งดูอบอุ่นมากขึ้นไปใหญ่ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกว่ามีคนมาอ่อนโยนกับเรามันก็เลยเทใจให้ไงครับ ( ต่างจากรูมเมทคนปัจจุบันโดยสิ้นเชิงมากครับ มีครับที่หน้าตาดี ดีกว่าพี่เค้าอีกมั้ง แต่นิสัยม่ายไหวครับ แมน แต่ไม่สุภาพบุรุษ ไม่สุภาพ ผมไม่เคยรู้สึกจะอยากให้ความรักอะไรเค้าเลยละครับ )

และก็ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ผมเองไม่เคยบอกว่า ชอบหรือรักเค้าเลยครับ แต่เชื่อว่ายังไงเค้าก็รับรู้อยู่แล้ว ผมว่ามันน่าจะเรียกว่ามิตรภาพ ซึ่งน่าจะอยู่ได้นานและจริงใจกว่าความรู้สึกอื่นๆ อย่างน้อยผมก็ไม่เคยรู้สึกทุรนทุรายที่ไม่ได้คบเค้าเป็นแฟน รู้สึกตื้นตันใจซะอีกครับที่มันจบด้วยความรู้สึกดีๆ ไม่มีใครบอบช้ำ
แล้วตั้งแต่ผมย้ายออกมาไปอยู่ห้องใหม่เมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่ค่อยได้เจอหรือได้คุยกับพี่เค้าเท่าไหร่เลยครับ เดือนละครั้งนี่คือมากแล้ว แต่คุยที 2 ถึง 3 ชั่วไมงไปเลย พอกลับไปนึกถึงช่วงเวลาทีเคยอยู่ใกล้ๆ เค้าทีไรผมจะนั่งอมยิ้มได้เป็นชั่วโมงเลยครับ เวลาเครียดทีไรหน้าพี่เค้าจะลอยขึ้นมาเองเลยครับแล้วผมก็จะยิ้มออกมาเองอัตโนมัติ คืออาการอย่างนี้มันเรียกเพ้อเจ้อมั้ยครับพี่เล็กค้าบบบบบ ( ผมว่าใช่ชั่วร์ )

ถามว่าตอนนี้ผมไขว่คว้าหารักอะไรมั้ย ผมตอบอย่างมั่นใจเลยครับ ว่า "ไม่ครับ" มันยังไม่ถึงเวลา ถ้ามันใช่เดี๋ยวมันก็มาเอง"คือถ้าเจอก็ของให้เจอคนที่ใช่จริงๆ เลยได้มั้ย แต่ก็อย่างที่พี่เล็กว่ามาก่อนหน้านี้แหละครับว่ามันต้องเปิดโอกาสและออกไปค้นหาจริงๆ แต่ผมก็รู้สึกว่ายังไม่พร้อมและยังไม่อยากค้นหาหรอกครับ เพราะมีแต่คนที่ต้องเจ็บเพราะตามหารักทั้งนั้น และตอนนี้ผมก็ยังสนุกกับการเรียนมากๆครับ จนคิดว่ายังไม่อยากเรียนจบเร็วๆนี้เลยด้วยซ้ำ ถึงมันจะเหลืออีกตั้งปีเถอะนะครับผมถึงจะจบปริญญาตรี ยังสนุกที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ ได้ทำกิจกรรมของมหาลัย ยังไม่พร้อมจะไปเจ็บที่ไหนหรอกครับ T T

คนอย่างผมนี่เค้าเรียก "กลัวความรักมั้ยอ่าครับ"


ป. ลิง : ผมไม่ได้เมานะคร้าบบ แต่ก็สรุปไม่ได้ว่าตกลงผมจะถามพี่เล็กกี้ประเด็นไหนดีนะครับ ถ้ามีอะไรมันพอแนะนำได้ก็ขอเชิญพี่เล็กกี้ ซุย ได้ตามสบายเลยนะครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 12:47 pm


butakung

สมาชิกทั่วไป

ถึงพี่เล็กกี้

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำตอนนี้ผมเป็น
พวกเมื่อเหนื่อยแล้ว จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า รู้สึกท้อแท้กับความรัก อาจคิดว่าไม่มีคู่แท้ของเราแล้วในโลกนี้ เป็นไปไม่ได้แล้วที่จะมีแฟน ก็อาจจะใช้ชีวิตอยู่กับความเศร้า ต่อต้านความรัก และละทิ้งซึ่งความหวังไป ผมมักเป้นแบบนี้เสมอเลย เหมือนมันเป็นนิสัยที่ติดตัวของผมไปแล้วล่ะ ต่อไปผมจะพยายามกลับมาเป็นตัวเองให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องแฟนที่คบอยู่ขอเวลาไตร่ตรองอีกนิดนึงว่าจะเอายังไงนะครับ ขอบคุณครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 01, 2009 / 07:36 pm


XKhung

สมาชิกทั่วไป

เอ็คก็เป็นคล้ายๆกันนั้นเหละคับ

บางทีมันทำให้ผมเจ็บ จนชินเลยละ
เรามันเป็ฯคนหวั่นไหวง่ายเลยต้องเจ็บ
จนเพื่อนสนิทบอกว่าเอ็คเป็นคนที่มีกำแพงกั้นในความสัมพันธ์ตลอดเวลา(แม้กระทั่งคบเพื่อน)
เคยมีแฟนคนแรกตอน ม5 คบหกเดือนเอง
จนนี่อายุ 20 เละ
เห้อ
ได้แต่รอคับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 02, 2009 / 12:27 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ตอบ คุณ @KUN_WIT

พี่ว่าน่ารักดีนะครับ เรื่องที่น้องเราให้ฟัง และพี่ก็ชื่นชมนะว่าเรามีความคิดที่ดี รู้จักอดทนและรักษามิตรภาพที่ดีให้อยู่ได้ยืนนาน ส่วนที่น้องถามไว้ตอนท้ายว่าเพ้อเจ้อมั้ย พี่ว่าไม่เพ้อเจ้อหรอกครับ แต่ในใจลึกๆ เราอาจจะชอบพี่คนนี้มากกว่ารุ่นพี่ทั่วๆ ไปนะครับ

เรื่องที่ว่าพี่เค้าเป็นผู้ชายแท้มั้ย พี่คิดว่ามีความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างนะครับ เขาอาจจะเป็นชายแท้ ที่ให้ความสนิทสนมกับเรามากเป็นพิเศษ ด้วยความที่เราก็ทำตัวดี ทำให้เค้าไว้วางใจ หรือ เค้าอาจจะเป็นเกย์ที่ยังไม่ค้นพบตัวเอง หรือไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ก็เป็นได้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร พี่เชื่อว่าพี่เค้าเป็นคนที่มีจิตใจดี ถึงทำให้น้องประทับใจได้มากนะครับ แล้วเขาก็ยังรักษาน้ำใจของเราดีอีกด้วย

พี่คิดว่า คงไม่จำเป็นต้องแนะนำอะไรน้อง เพราะน้องรู้คำตอบ สิ่งที่ควรทำอยู่ในใจแล้ว การวางตัวที่ดีของเรานั้น ทำให้มิตรภาพของเรากับเค้ายังอยู่ดีจนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังสามารถพูดคุยกับเค้าได้ ไม่แน่ วันหนึ่งพี่เค้าอาจจะเชิญเราไปงานแต่งงานของเขา ก็ขอให้เราแสดงความยินดีกับเขาถ้าเวลานั้นมาถึงนะครับ หรือ หากเมื่อใดที่เขาค้นพบเส้นทางอีกแบบหนึ่ง เราก็อาจจะสามารถคุยอะไรกันได้มากขึ้นอีกก็เป็นได้ เรื่องของอนาคตคงไม่มีใครจะรู้ได้นะครับ

สมมุติว่าคนอื่น อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับน้อง แต่ไม่ได้เลือกทำแบบเดียวกัน เรื่องราวมันก็อาจจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนอย่างที่เป็นอยู่นี้ ... เหมือนที่พี่เคยกล่าวไปแล้วว่า ความรักในช่วงวัยเรียนนั้น ส่วนใหญ่ไม่สมหวัง ไม่ได้ยืนยาว ดังนั้นเราอย่าไปคาดหวังกับมันเลยจะดีที่สุด คนที่ทำให้ความรักมากระทบกับการเรียน น่าเสียดายมากนะครับ เพราะในช่วงที่เรายังเรียนอยู่นั้นเรื่องเรียนสำคัญกับอนาคตของเราที่สุด และไม่สามารถแก้ไขได้หากเราพลาดไป พี่ชื่นชมตรงนี้ด้วยนะครับ ที่น้องให้ความสำคัญกับการเรียนมากกว่าความรักชอบส่วนตัวนะครับ พี่เชื่อว่าคนที่มีความคิดดีดี ก็จะมีจิตใจที่เข้มแข็งและมีความสุขในชีวิตต่อไปนะครับ ไม่ว่าเราจะโสดหรือจะมีแฟนก็ตาม

เป็นกำลังใจให้นะครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 02, 2009 / 12:30 am


leggy

สมาชิกทั่วไป

ถึงน้อง @butakung

ค่อยๆ คิดๆ ค่อยๆ แก้ไปนะครับผม

สู้เค้าครับ


Re: ปรึกษาปัญหาหัวใจกับนายเล็กกี้

ผู้โพสต์: Apr 02, 2009 / 04:19 am


KUN_WIT

สมาชิกทั่วไป

ขอบคุณพี่เล็ก มากคร้าบบบ สำหรับคำแนะนำ และกำลังใจนะครับ อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นจริงๆครับจะยกให้เป็น Idol แล้วนะเนี่ย อิอิ



คำคอมเมนต์พี่นี่ทำเอาผมรู้สึกเชื่อมั่นกับอะไรบางอย่างมากขึ้นเยอะเลยนะครับ

และที่พี่บอกว่า "วันหนึ่งพี่เค้าอาจจะเชิญเราไปงานแต่งงานของเขา ก็ขอให้เราแสดงความยินดีกับเขาถ้าเวลานั้นมาถึงนะครับ" อ่านแล้วมันจี้ดดด...เจงๆ ซึ่งผมก็คงจะดีใจมากๆ เลยละครับถ้าพี่เค้ามาเชิญผมไปแสดงความยินดีกับความสุขของเค้า ผมไม่หวงพี่เค้าหรอกครับคนดีๆอย่างนั้น ขอแค่ให้เค้าเจอคนที่ดีพอๆกับเค้าผมก็จะดีใจมากๆแล้วละครับ

ส่วนสันนิษฐานที่ว่าพี่เค้าอาจจะยังไม่ค้นพบตัวเองซึ่งเค้าอาจเป็นเกย์ก็ได้ ผมว่าจากที่ได้คุยและซักประวัติ ความคิดความอ่านพี่เค้าแล้ว ดูเค้าจะยังแคร์เรื่องการวางตัวในสังคม และยังเป็นความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่เค้ามากครับ ยังไงเค้าก็คงเดินไปตามเส้นทางที่ ชายหญิงทั่วไปเค้าไปตามนั้น ผมเองก็ได้แต่ยินดีให้เค้าจากใจจริงนั่นแหละครับ



คือพี่เล็กก็ได้ให้คำแนะนำกับผม และเพื่อนๆคนอื่นๆ มาก็มาก จะเป็นไรมั้ยครับ ถ้าผมอยากถามพี่เล็กว่า พี่เล็กกับแฟนคนปัจจุบันของพีีเล็กนี่เคยมีปัญหากันบ้างไหมครับ แล้วแก้ไขกันยังไงครับ แบบเหมือนเขียนเล่าอดีตที่ได้มาคบกันก็ได้ครับเผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจอะไรให้ผมและเพื่อนได้บ้าง พูดง่ายๆ คือขอยุ่งเรื่องชาวบ้านน่ะครับ แหะๆ ไม่ถือสากันนะคร้าบ ไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรครับผม



แสดง: หน้า: 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:

*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
เกี่ยวกับเรา | ข้อมูลของฉัน | ติดต่อโฆษณา | ช่วยเหลือ | นโยบายส่วนบุคคล | ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน | ติดต่อเรา | |

© 2009 ALIVEg.com. All Rights Reserved.